ส่วนสถานบันเทิงที่จะเปิดจนถึง "ตี 4" ต้องดำเนินตามมาตรการ ดังนี้
- สถานบริการตรวจวัดแอลกอฮอล์ทางลมหายใจ ก่อนอนุญาตให้ขับขี่ออกจากสถานบริการ
- วัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดทางลมหายใจแล้วพบว่า มีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ให้สถานบริการจัดหาที่พักคอย และอำนวยความสะดวกเพื่อรอให้ระดับแอลกอฮอล์ในเลือดทางลมหายใจลดลง ต่ำกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จึงอนุญาตให้ขับขี่ออกจากสถานบริการ
- กรณีที่ผู้ขับขี่ยานพาหนะมีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ไม่ยินยอมพักคอย ให้สถานบริการประสานให้เพื่อน/ญาติ ของผู้ใช้บริการขับขี่แทน
- จัดบริการยานพาหนะ เพื่อส่งลูกค้าเดินทางกลับโดยคิดค่าบริการจากผู้ใช้บริการ โดยมอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวมข้อมูลและประเมินผลกระทบจากการขยายเวลาเปิดสถานบริการ
"บิ๊กหลวง" เผย หากพบมีการเสพ-ค้ายานรก ในสถานบันเทิง จนท.ต้องใช้ยาแรงดำเนินการ
ขณะที่ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. รักษาราชการแทน เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวถึงการอนุญาตให้เปิดสถานบันเทิงถึงตี 4 โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.66 นี้ ว่า ขณะนี้ทาง ป.ป.ส. ได้ร่วมหารือกับ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) และตำรวจในพื้นที่แต่ละพื้นที่ ประชุมร่วมกันเพื่อวางมาตราการในการป้องกันเรื่องยาเสพติดในสถานบันเทิง หากมีการตรวจพบมีการเสพ หรือ ค้ายาเสพติดในสถานบันเทิง ทางเจ้าหน้าที่ต้องใช้ยาแรงในการดำเนินการกับสถานบันเทิงนั้นๆ
โดยในพื้นที่ต่างจังหวัดหากมีการตรวจพบว่า สถานบันเทิงใดปล่อยให้มีการเสพยาเสพติด หรือค้ายาเสพติดในสถานบันเทิง ทางผู้ว่าราชการจังหวัด มีอำนาจสั่งปิดเป็นระยะเวลา 5 ปี
ขณะที่ในส่วนของกรุงเทพฯ หากพบมีการจำหน่าย หรือเสพยาเสพติดในสถานบันเทิง ทาง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีอำนาจในการสั่งปิด 5 ปี เช่นกัน แต่หากฝ่ายปกครอง และตำรวจ มีการดำเนินการล่าช้าในการสั่งปิดสถานบันเทิงนั้นๆ ทาง ป.ป.ส. ก็จะใช้อำนาจในการเพิกถอนใบอนุญาตก่อนเป็นเวลา 30 วัน
พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่เป็นห่วงการในการเปิดสถานบันเทิงถึงตี 4 ก็คือเรื่องของเยาวชน ที่เข้าไปเที่ยวสถานบันเทิงและมีการยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ดังนั้น จึงอยากให้ผู้ประกอบการ รับผิดชอบต่อสังคมด้วย
กทม. - สน.ชนะสงคราม ตรวจความพร้อมถนนข้าวสาร
ด้าน พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย พ.ต.อ.สนอง แสงมณี ผกก.สน.ชนะสงคราม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ถนนข้าวสาร เพื่อตรวจความพร้อมในการให้บริการ หลังจากรัฐบาลประกาศให้วันนี้ เป็นวันแรกที่จะขยายเวลาเปิดสถานบริการจนถึงตี 4
พล.ต.อ.อดิศร์ เปิดเผยว่า วันนี้จะตรวจสอบเรื่องความปลอดภัยของสถานบริการในถนนข้าวสาร ทั้งสภาพอาคาร และทางหนีไฟ ซึ่งบนถนนข้าวสารมีประมาณ 3 ร้านที่ได้รับอนุญาต ให้เปิดถึงเวลา 04.00 น. ประกอบด้วย ร้านเดอะคลับ , มอลลี่ บาร์ , และบริกบาร์ ทั้งนี้ เพื่อให้สอดรับนโยบายของรัฐบาล และเตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ไปในคราวเดียวกัน
การเข้าตรวจสอบวันนี้ จะเน้นเรื่องของการป้องกันอัคคีภัย เฝ้าระวังในเรื่องของเครื่องมืออุปกรณ์ การป้องกันผลกระทบในเรื่องของเสียง และเรื่องของกล้องวงจรปิดที่จะเป็นอุปกรณ์สำคัญของตำรวจ ที่จะใช้ติดตามจับกุมผู้กระทำความผิด รวมถึง ดูพื้นที่รอบนอกที่อยู่บนถนนข้าวสาร และรอบบริเวณถนนข้าวสาร เพราะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาจุดนี้ จุดหลักที่รวมตัวนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
นอกจากนี้ ยังตรวจสอบรวมไปถึงร้าน ประเภทอื่นๆที่มีการจำหน่ายสุราอาหาร หรือการแสดงดนตรีที่อาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพในเรื่องของเสียง และดูว่าแต่ละร้านได้รับใบอนุญาตประเภทใด ซึ่งแต่ละร้านได้รับใบอนุญาตประเภทไหนให้ปฏิบัติตามในแบบนั้น หากไม่ได้รับใบอนุญาต ให้เปิดจนถึงตี 4 ร้านจะต้องปิดตามเวลาที่กำหนด เพราะตำรวจจะเข้ามาดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย
ขณะเดียวกัน มาตรการที่ขยายขยายเวลาเปิดจนถึงเวลา 04.00 น. ตามกฏหมาย คือ ร้านต้องปิด แล้วหากยังพบลูกค้า นั่งดื่มกินอยู่ในร้านก็ถือว่ามีความผิดในทางพฤตินัยเช่นกัน สำหรับสถานบริการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่สามารถดำเนินกิจการได้ ถึงตี 4 ตามนโยบายรัฐบาล ขณะนี้ มีเปิดดำเนินการ ทั้งหมด 146 แห่ง
ขณะที่ พ.ต.อ.สนอง กล่าวว่า ในส่วนของตำรวจที่เน้นข้อห่วงใยในเรื่องของการจราจร สถานบริการ และยาเสพติด ซึ่งเราจะดำเนินการอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนจะมีการเปิดตั้งแต่เวลา 04.00 น. ซึ่งการดำเนินการก็จะดูไปในเรื่องของสิทธิของแต่ละร้านที่ได้รับใบอนุญาตประกอบการที่แตกต่างกัน และหลังจากนี้ จะมีการเรียกประชุมวางกรอบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมทั้งเสริมในเรื่องของกล้องวงจรปิดที่จะแบ่งเป็นในส่วนพื้นที่สาธารณะของกรุงเทพมหานครและกล้องวงจรปิดแบบ AI เพิ่มเติม
ส่วนการขยายเวลาเปิดผับสถานบันเทิงไปในเวลา 04.00 น. แล้วจะมีการตั้งด่านตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ด้วยหรือไม่นั้น พ.ต.อ.สนอง บอกว่าในพื้นที่ถนนข้าวสารได้ประชาสัมพันธ์เน้นย้ำให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาว่า ไม่ให้นำรถยนต์ส่วนตัวมาอยู่แล้ว เนื่องจากชัดเจนว่าเป็นสถานบันเทิง จึงอยากฝากความห่วงใยในเรื่องนี้กับนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติด้วย