เนชั่นทีวี

ข่าว

ปิดผับตี 4 สรุปได้หรือเสียกับการกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ?

14 ธ.ค. 2566 | sirisak_rue

ปิดผับตี 4 สรุปได้หรือเสียกับการกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ?

การขยายเวลาปิดสถานบริการ ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์รัฐบาลเพื่อหวังดึงเม็ดเงินจากกลุ่มนักท่องเที่ยว ใช้กระตุ้นเศรษฐกิจให้กับประเทศ แต่อาจส่งผลต่อการเกิดปัญหาอาชญากรรม-เมาแล้วขับ ให้เพิ่มขึ้นตามมาจนแปรเปลี่ยนเป็นภาระ

หลังจากรัฐบาลมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยงานหลักในการออกข้อกำหนดการเปิดปิดสถานบริการ เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยขยายเวลาให้สถานบริการใน 5 จังหวัด ให้สามารถบริการได้ถึง เวลา 4.00 น. ของวันรุ่งขึ้น

โดยสถานบริการในพื้นที่นำร่อง ประกอบด้วย 

  • กรุงเทพมหานคร
  • ภูเก็ต
  • ชลบุรี
  • เชียงใหม่
  • สุราษฎร์ธานี อ.เกาะสมุย

นอกจากนี้ สถานบริการที่ตั้งที่อยู่ในสถานที่ตั้งโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรมทั่วประเทศ สามารถเปิดบริการได้ถึง 4.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ได้เช่นกัน ซึ่งกฎกระทรวงกำหนดวันเวลาเปิดปิดของสถานบริการ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2566 ยังขยายเวลาให้สถานบริการในทุกท้องที่ทั่วประเทศสามารถเปิดบริการในคืนส่งท้ายปีเก่า (31 ธันวาคม 2566) ไปจนถึงเวลา 6.00 น. ของวันปีใหม่ (1 มกราคม 2567) ได้ด้วย

 "ยอร์ช" ธีร์วัฒน์ ชูรัตน์

ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากภาคประชาชนเกือบ 20 เครือข่าย ทำการบุกทำเนียบไว้อาลัยนโยบายให้กับรัฐบาลหลังคลอดนโยบายขยายเวลาปิดผับบาร์ตี 4 พร้อมทั้งขอให้ทบทวน รับฟังความเห็นรอบด้านกว่านี้

รายการ "หาเรื่องคุย" ดำเนินรายการโดย "ยอร์ช" ธีร์วัฒน์ ชูรัตน์ ได้พูดคุยกับ นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ น.ต.ศิธา ทิวารี อดีตแคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยสร้างไทย , เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กรุงเทพ พรรคก้าวไกล ในหัวข้อ สายเที่ยวมีเฮ!! ผับเปิดถึงตี 4 ดีเดย์ 15 ธ.ค.นี้ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง หรือยิ่งเพิ่มภาระ ????

โดยเผยแพร่ผ่าน facebook.com/NationOnline และ youtube ทุกวันจันทร์ และพุธ เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป

มองอย่างไรกับคำว่ากระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการขยายเวลาปิดสถานบริการ

นพ.แท้จริง ศิริพานิช
ไม่เห็นด้วยกับวิธีการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบนี้ การจะเอาเงินจากนักท่องเที่ยวก็จริง แต่อาจต้องแลกด้วยชีวิต หรือประชาชนคนไทยกำลังจะต้องเสี่ยงชีวิต เพราะจะช่วยให้คนเมาแล้วขับเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม เมื่อปิดผับตี 4 คนเมาจะออกมาขับรถบนท้องถนน ซึ่งจะส่งผลเสียต่อคนใช้ถนนทั่วไปที่ต้องมาเดือดร้อน หรืออาจจะมีเหยื่อจากเมาแล้วขับให้เห็น ทุกวันนี้ปิดสถานบันเทิงตี 2 ก็ไม่ช่วยให้อุบัติเหตุลดลง เพราะนักดื่มก็ยังเมาแล้วขับเหมือนเดิม

ปิดผับตี 4 สรุปได้หรือเสียกับการกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ?  

แสดงว่ากลัวอุบัติเหตุจะเพิ่มมากขึ้นตามมา ?

นพ.แท้จริง ระบุว่า ถ้ายังไม่สามารถจัดการกับพวกเมาแล้วขับได้แบบจริงจัง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าว ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมี และหากเมื่อเกิดอุบัติเหตุ มีประชาชนได้รับผลกระทบถึงชีวิตจากมาตรการดังกล่าว รัฐบาลกล้าแอ่นอกรับผิดชอบหรือไม่ ซึ่งเป็นคำถาม มีใครสามารถฟ้องร้อง หรือเอาผิดกับครม. ที่ออกนโยบายนี้ได้หรือไม่

"ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมร้องเรียนไปยังกระทรวงสาธารณสุขให้กำหนดแบบชัดเจนเสียทีว่า เมาจนครองสติไม่ได้ คืออะไร เพื่อที่จะได้เลิกขายแอลกอฮอล์ให้กับบุคคลเหล่านี้ จะได้ไม่ต้องมาขับรถให้เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ"

ทว่า จนถึง ณ ปัจจุบันก็ยังกำหนดไม่ได้ว่า "เมาจนครองสติไม่ได้" ใช้หลักเกณฑ์อะไรเป็นตัวชี้วัด อีกทั้ง ทุกวันนี้การชนคนเสียชีวิต ก็แค่รอลงอาญาไม่ได้ติดคุกจริง ซึ่งถ้ายังเป็นแบบนี้ ก็ไม่มีใครกลัว อยากให้ปรับกฎหมายเป็นชนคนเสียชีวิตแล้วติดคุกจริงทันที รวมถึงในหลายๆคดีที่เกิดขึ้นที่ผ่านมา ผู้ต้องหายังหลีกเลี่ยงที่จะเป่าแอลกอลฮอล์ แล้วค่อยมาเป่าในอีกวันได้อีกด้วย 

นอกจากนี้ โดยเฉพาะที่ผ่านมาเวลาเกิดการสูญเสียถึงชีวิตจากการเมาแล้วขับ ทางร้านที่ขายของมึนเมา ก็ไม่เคยร่วมรับผิดชอบต่อการสูญเสีย หรือต้องถูกกฎหมายลงโทษ เพราะยังไม่เคยมีกฎหมายตัวไหนเขียน หรือรองรับว่าร้านค้า สถานบริการต้องร่วมรับผิด เช่นเดียวกับคนขับรถชนคนอีกด้วย มีแต่เอื้อให้คนอยากขาย แต่ไม่มีใครมารับผิดชอบกับคนเสียชีวิตแม้แต่รายเดียว 

คิดอย่างไรกับมาตรการปิดสถานบันเทิงตี 4 ส่งผลดี-ผลเสีย อย่างไร ?

น.ต.ศิธา ทิวารี มองว่า คำว่าอิสระเสรีที่จะให้ประชาชน ดูเหมือนยังเกาไม่ถูกที่ ซึ่งมีข้อดีในส่วนที่หวังกระตุ้นเศรษฐกิจเท่านั้น แต่คิดว่ายังมีวิธีที่ชาญฉลาดอีกเยอะ โดยไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณมากมายขนาดนี้ หรือว่าไม่ต้องไปจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ก็คือไม่ต้องไปคิดแทนคนอื่น 

ปิดผับตี 4 สรุปได้หรือเสียกับการกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ?
 

"ผมอยากเห็นการกระจายอำนาจไปให้ท้องถิ่นจัดการกำกับกันเอง น่าจะดีกว่า แต่ต้องยังอยู่ในกรอบของกฎหมายเข้ามาควบคุม เช่น สหรัฐอเมริกา ในแต่ละรัฐเขามีกฎหมาย และการจัดการที่แตกต่างกันไป แต่ทำไมเขายังควบคุมดูแลกันเองได้เลย สิ่งที่อยากเห็น คือ ให้ท้องถิ่นตกลงหาวิธีการจัดการเอาเองทั้งหมด โดยที่มหาดไทยไม่ต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวอีก" 

อย่างไรก็ตาม แต่ทุกวันนี้ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ยังเข้ามาจัดการคุมอำนาจ หรือบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดเกินไป ซึ่งส่วนตัวเคยคุยกับผู้ประกอบการในถนนข้าวสาร ก็บอกเหมือนกันว่าไม่ต้องมาคิดแทนพวกเขา กับเรื่องเวลาเปิดปิดต้องกี่โมง ทำเหมือนเป็นผู้ปกครองที่ต้องมานั่งดูแลลูกๆ

ขณะที่ เท่าพิภพ บอกว่า พรรคก้าวไกลก็มีนโยบายอยากให้เปิดผับ หรือสถานบริการ 24 ชม. แต่ของก้าวไกลจะไม่เหมือนกับนโยบายของรัฐบาลนี้ คือ ห้ามมาสั่งโน่นนี่นั่นตามอำเภอใจ ให้แต่ละท้องที่บริหารจัดการกันเองมากกว่า โดยผ่านผู้ดูแล คือ นายกท้องที่ ไม่ใช่ให้กระทรวงมหาดไทย หรือ มท.1 มากำกับดูแล เช่น เกาะสมุยเป็นแหล่งท่องเที่ยว ก็ให้ดูแลกันเองว่าโซนไหนควรเปิดสถานบริการได้ 24 ชม.ไปเลย 

ส่วนเรื่องของส่วยนั้น มองว่าจากมาตรการดังกล่าวอาจช่วยลดการคอร์รัปชันในพื้นที่ เพราะสถานบริการก็ไม่ต้องจ่ายส่วย เพื่อเปิดเกินเวลาเหมือนแต่ก่อน แต่จากการสอบถามข้อมูล ยังพบว่าหลาย ๆ สถานบริการยังเลือกที่จะจ่ายส่วยอยู่เหมือนเดิม 

ห่วงว่าอัตราการเกิดอุบัติเหตุจะเพิ่มมากขึ้น แล้วมันจะแก้อย่างไร?

เท่าพิภพ
เชื่อว่าอยู่ที่การบังคับใช้กฎหมายเป็นหลักที่ยังไม่เข้มงวดมากพอ และการบังคับใช้กฎหมายทุกวันนี้ ยังไม่เท่าเทียม ทุกคนต้องยอมความจริงว่าจ่ายได้ ถ้าอยากพ้นความผิดแค่นั้นก็จบ และอีกอย่างคืออยากให้ช่วยกันสร้างจิตสำนึกในการดื่มตั้งแต่เป็นเยาวชน เพื่อจะได้เข้าใจและไม่หลงผิดเมื่อโตขึ้น  

สำทับด้วย น.ต.ศิธา ย้ำว่า การบังคับใช้กฎหมายที่มิชอบ เป็นตัวที่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคม หรือยังล่อให้คนทำผิดกฎหมายอยู่ มันส่งผลให้เกิดการรับสินบนขึ้น 

ข่าวล่าสุด