คดีนี้ ศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2554 ให้จำคุก นายสุชาติ (ผู้ช่วยสัปเหร่อ) 2,002 กระทงๆ 4 เดือน รวมจำคุก 8,008 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา เห็นควรลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกเป็นเวลา 4,004 เดือน แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วให้จำคุก 20 ปี ตามมาตรา 91
ขณะที่ นายสุเทพ (สงวนนามสกุล) สัปเหร่อ ศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2554 ให้จำคุก 15 กระทง ๆ ละ 4 เดือน คำรับสารภาพในชั้นสอบสวนมีประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีอยู่บ้างเห็นควร ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลย 15 กระทง ๆ ละ 2 เดือน 20 วัน เมื่อรวมโทษแล้วให้จำคุกจำเลยเป็นเวลา 3 ปี 4 เดือน
ส่วน น.ส.ลัญฉกร ซึ่งลักลอบเปิดคลินิกทำแท้งเถื่อน ศาลอาญาตลิ่งชัน มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2554 ให้จำคุก 10 ปี จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 5 ปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากคดีศพเด็กทารก 2,002 ศพ วัดไผ่เงิน หลายภาคส่วนได้หยิบยกประเด็นกฎหมายทำแท้งขึ้นมาอภิปรายอย่างกว้างขวาง และเรียกร้องให้มีการออกกฎหมายทำแท้งเสรี
ขณะเดียวกัน วันที่ 21 พฤศจิกายน 2554 "สวนดุสิตโพล" ได้เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 1,458 คน ในประเด็นเสียงสะท้อนกรณีการทำแท้ง พบว่า
- ร้อยละ 62.18 รู้สึกตกใจกับการพบศพเด็กทารกจำนวนมากที่วัดไผ่เงิน
- ร้อยละ 47.17 เห็นว่าการทำแท้งเป็นสิทธิส่วนบุคคล เพราะเป็นการตัดสินใจของผู้ที่ให้กำเนิดเอง สิ่งที่เกิดขึ้นอาจมาจากความไม่พร้อมหรือความจำเป็นของแต่ละคน
- ร้อยละ 65.62 เห็นด้วยหากจะมีการแก้ไขกฎหมายเพื่อรองรับปัญหานี้ เพราะสังคมไทยในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปมาก การมีเพศสัมพันธ์โดยขาดการป้องกันเกิดขึ้นได้ง่าย
ทั้งนี้ แต่เดิมการทำแท้ง เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 301-305 ซึ่งตามมาตรา 305 การทำแท้งไม่มีความผิด หากเป็นการกระทำโดยแพทย์ และเป็นความยินยอมของผู้ตั้งครรภ์ ตามเหตุผล 2 กรณี คือ 1.เรื่องสุขภาพ และ 2.มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ แต่ถ้าตั้งครรภ์จากอารมณ์ชั่ววูบ จะไม่เข้าข่ายข้อยกเว้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2565 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564 อายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ สามารถทำแท้งได้ ไม่ผิดกฎหมาย แต่ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
ต่อมา กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกประกาศเรื่อง "การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือกในการยุติการตั้งครรภ์" รองรับมาตรา 305 (5) แห่งประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2565 กำหนดให้หญิงซึ่งมีอายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ สามารถยุติการตั้งครรภ์ได้โดยไม่ถือเป็นความผิดทางอาญา
แต่หญิงนั้นต้องได้รับคำปรึกษาจากผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและผู้ประกอบวิชาชีพอื่นตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนดโดยคำแนะนำแพทยสภาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เพื่อให้หญิงนั้นได้รับข้อมูลที่รอบด้านก่อนการตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์
การเข้ารับคำปรึกษาทางเลือกในการยุติการตั้งครรภ์ กับหน่วยบริการปรึกษาทางเลือก
- อายุครรภ์ เกิน 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ ให้หน่วยบริการปรึกษาทางเลือกดำเนินการเพื่อให้หญิงได้รับการปรึกษาทางเลือก
- อายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ แต่หากหญิงยืนยันจะยุติการตั้งครรภ์ ให้ดำเนินการเพื่อให้หญิงได้รับการยุติการตั้งครรภ์ตามข้อบังคับแพทยสภา
- อายุครรภ์เกิน 20 สัปดาห์ ให้หน่วยบริการปรึกษาทางเลือกในการยุติการตั้งครรภ์ ดำเนินการเพื่อให้หญิงได้รับการดูแลช่วยเหลือหรือได้รับการจัดสวัสดิการสังคมที่เหมาะสม แก่การตั้งครรภ์และเลี้ยงดูบุตรต่อไป
ขอบคุณข้อมูล
https://www.isranews.org/content-page/item/10631--2002-.html
https://www.thairath.co.th/scoop/flashback/2620025
https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/79883
https://www.komchadluek.net/news/110459
https://www.komchadluek.net/news/80240
https://www.sdgmove.com/2022/10/03/abortion-law-unplanned-pregnancy/
https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2564/A/010/T_0001.PDF