ขณะที่ แม่ของคุณเอส บอกว่า ตั้งแต่ลูกชายเสียชีวิต คุณมุก ก็มีการขนข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ไปจนหมดบ้าน รวมถึงที่ร้านกาแฟด้วย โดยไม่มีการพูด หรืออธิบายอะไรสักคำ อ้างเพียงแต่ว่า ทรัพย์สินต่างๆ เป็นของตัวเอง นอกจากนี้ ทางฝั่งพี่สาวและแม่ของคุณมุก ยังมีการมาชี้หน้า ผลักอกตนเองด้วย ส่วนที่ดินแปลงดังกล่าว ยืนยันว่าเป็นที่ดินมรดก แม่ไม่เคยขายต่อให้กับใคร
อยากฝากถามไปถึงคุณมุกว่า ที่ผ่านมาตนเอง รักและเอ็นดู ทำดีด้วยมาตลอดแต่พอเอสเสียชีวิตไป กลับมาทำกับแม่ถึงขนาดนี้
ด้าน คุณท็อป น้องชายผู้เสียชีวิต กล่าวว่า กรณีที่คุณมุกบอกว่า ตนเองเป็นคนลงทุนทำร้าน และพวกตนเข้ามายึดกิจการ ทำให้ตอนนี้กระแสสังคมโจมตีฝั่งของตนเองอย่างหนัก จึงอยากบอกว่า ตนเองได้ร่วมลงทุนทำร้านนี้กับพี่ชายตั้งแต่แรกเหมือนกัน กระแสสังคมที่เกิดขึ้นตนเองเข้าใจว่า มีทั้งคนที่รู้และคนที่ไม่รู้ ซึ่งอยากให้ฟังความทั้งสองฝ่าย และตนเองก็ไม่กังวล ที่ถูกกระแสสังคมโจมตีเพราะวันนี้ได้ออกมาพูดความจริงทั้งหมด
อยากฝากถึงคุณมุกว่า ปัญหาเรื่องนี้ไม่มีอะไรมากขอแค่ให้มาพูดคุย ตกลงกัน จบแบบง่ายๆ ไม่ต้องยุ่งยากแบบนี้