อย่างไรก็ตามคุณแก้ม ได้ฝากถึงผู้บริโภครายอื่น ๆ โดยขอให้มีสติในการกู้เงินและตรวจสอบรายละเอียดให้ดี และอย่าตัดสินใจเพียงเพราะต้องการเงิน อีกทั้งยังส่งผลให้เครียดและหาทางออกได้ยากในภายหลัง
ด้าน สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค (สภาผู้บริโภค) กล่าวว่า กรณีของคุณแก้มที่นำโฉนดที่ดินไปจำนอง เข้าข่ายคิดดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เนื่องจากดอกเบี้ยสำหรับผู้ที่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันจะต้องคิดไม่เกินร้อยละ 15 แต่กรณีของคุณแก้มมีการคิดอัตราดอกเบี้ยถึงร้อยละ 24 ซึ่งการเก็บดอกเบี้ยเกินเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย และจะต้องขออนุญาตจาก ธปท. ก่อน
ทั้งนี้ สารี ได้สรุปรายละเอียดสัญญาเงินกู้ที่ผู้บริโภคต้องระวังจากกรณีที่มีผู้บริโภคเข้ามาร้องเรียนที่สภาผู้บริโภคมีทั้งหมด 8 กรณี คือ 1) ผู้ขอสินเชื่อไม่ได้รับเอกสารคู่สัญญา โดยเจ้าหน้าที่ของบริษัท อ้างว่าเป็นนโยบายของบริษัท 2) ขายประกันชีวิตและประกันวินาศภัยพ่วง โดยไม่ให้สิทธิผู้บริโภคในการปฏิเสธ 3) คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อเดือน 4) ได้รับเงินไม่ครบตามจำนวนที่ขอสินเชื่อ 5) โฆษณาว่าฟรีค่าธรรมเนียม แต่มีการเรียกเก็บ และ 6) บริษัทจำกัดการชำระเงินต้น ทำให้ผู้บริโภคต้องมีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 7) กำหนดให้ผู้กู้ชำระเงินให้ครบภายใน 12 เดือน หากไม่สามารถชำระได้จะให้ทำสัญญากู้ใหม่ และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมอีกครั้งหนึ่ง 8) เมื่อชำระเงินกู้ครบตามสัญญาแล้วกลับเรียกเก็บค่าประเมินหลักประกัน ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วผู้บริโภคเป็นคนขอหนังสือประเมินจากสำนักงานที่ดินได้ด้วยตัวเอง
ทั้งนี้ เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค ได้เรียกร้องไปยัง สคบ. ว่าควรจะต้องมีระเบียบหรือออกมาตรการให้ทุกธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกู้ยืมเงินต้องให้คู่สัญญากับผู้บริโภค แม้จะกู้เพียงแค่ 2,000 บาท นอกจากนี้ฝากให้ผู้บริโภคที่ไม่ได้รับสัญญาเงินกู้มาร้องที่สภาผู้บริโภค เพื่อทำเอกสารยื่นให้ สคบ. ดำเนินการกับบริษัทดังกล่าวเพราะสามารถเปรียบเทียบปรับได้ถึง 200,000 บาท รวมไปถึงภาครัฐอาจต้องมีมาตรการในการควบคุมบริษัทที่ปล่อยกู้โดยเก็บดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนดเพราะเป็นสัญญาเงินกู้ที่ไม่เป็นธรรมกับผู้บริโภค
ขณะที่ นายประมุข วิจารณ์ปรีชา รองผู้อำนวยการกองกิจการอำนวยความยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษแห่งราชอาณาจักรไทย หรือ ดีเอสไอ กล่าวว่า ดีเอสไอจะเข้าไปตรวจสอบกรณีเงินกู้ของคุณแก้มว่ามีการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนดหรือไม่ และกรณีขายฝากโฉนดที่มีการเรียกเก็บดอกเบี้ยรายเดือนไม่สามารถทำได้เช่นกัน ส่วนกรณีการทำสัญญาเงินกู้กับบริษัทเงินกู้ ขณะนี้ดีเอสไอสามารถรับเป็นคดีพิเศษได้หากคดีดังกล่าวมีผู้เสียหายเกิน 50 คน และมีมูลค่าเสียหายเกิน 30 ล้านบาท
ทั้งนี้ รองผู้อำนวยการกองกิจการอำนวยความยุติธรรม ดีเอสไอ ได้ฝากเตือนถึงผู้บริโภคว่าหากต้องการกู้เงินนั้น จะต้องห้ามเซ็นสัญญาเงินกู้บนกระดาษเปล่า และควรปรึกษาคนรอบข้างก่อนที่จะกู้เงิน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พบว่ามีผู้บริโภคที่ตกเป็นเหยื่อสัญญาเงินกู้และการกู้เงินผ่านแอปพลิเคชันเป็นจำนวนมาก
สำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการกู้เงินหรือได้รับความไม่เป็นธรรม สามารถติดต่อไปที่ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่เบอร์ 02-575-3344 หรือติดต่อมาที่สภาผู้บริโภค โทร 02-239-1839 กด 1