นพ.ประทีป กล่าวว่า หลักการสำคัญของเรื่องนี้คือ ต้องทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างเสมอหน้า ไม่ใช่เพียงแค่เฉพาะในชุมชนเมืองเพียงอย่างเดียว และประเทศไทยต้องมีกลไกระดับชาติ ประกอบจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ทั้งรัฐ เอกชน ประชาชน ฯลฯ ทำหน้าที่กำหนดทิศทางนโยบาย รวมทั้งต้องมีการจัดทำระบบฐานข้อมูลกลางโรคไตเพื่อติดตามและปรับปรุงระบบ
“ที่สำคัญ รัฐต้องลงทุนเพื่อขยายระบบบริการให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ช่วยให้ประชาชนไม่ล้มละลายจากค่ารักษา และรัฐต้องดูแลไม่ปล่อยให้เรื่องการรักษาโรคไตเป็นไปตามกลไกการตลาด มิเช่นนั้น จะเกิดปัญหาตามมาจำนวนมาก เช่น คุณภาพบริการ ค่าใช้จ่าย-กำแพงราคา นำไปสู่การเข้าถึงบริการที่ลดลง ท้ายที่สุด รัฐจะไม่สามารถดูแลประชาชนให้เข้าถึงบริการได้” นพ.ประทีป กล่าว
นพ.วุฒิเดช โอภาศเจริญสุข นายกสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สถานการณ์ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (NCDs) ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโรคเบาหวาน ความดัน โรคอ้วน เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้จำนวนผู้ป่วยโรคไตเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับทุกวันนี้ ผู้ป่วยเข้าถึงบริการได้มากขึ้นเพราะประเทศไทยมีระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า จึงส่งผลไปถึงปัญหาอัตรากำลังที่ไม่เพียงพอ
ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยมีแพทย์เฉพาะทางด้านไต 1,100 คน มีการผลิตเพิ่มปีละ 50-55 คน ขณะที่มีพยาบาลโรคไต 2,400 คน ผลิตเพิ่มปีละ 400-600 คน ซึ่งก็ถือว่าเพียงพอระดับหนึ่ง แต่ปัญหาที่ลึกลงไปคือภาวะหมดไฟจากภาระงานที่เพิ่มขึ้น ทำให้บุคลากรไหลออกจากระบบ