หลังจากนั้น เขาได้แจ้งเรื่องกลิ่นไปที่ลูกเรือ แต่ก็ดูเหมือนลูกเรือจะไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องใหญ่อะไร โดยลูกเรือ ได้ยื่นผ้าจำนวนหนึ่งมาให้เขาเป็นคนเช็ด เขาบอกกับลูกเรือว่า "คราบนี้มันมีกลิ่นที่แย่มาก"
เมื่อเช็ดไปเขาก็สังเกตเห็นว่า ผ้านั้นมีสีแดงเหมือนคราบเลือด ซึ่งตัวเขาต้องใช้ผ้าจำนวนกว่า 10 ชิ้นในการเช็ดสีแดงคราบดังกล่าว แถมที่ใจเสียเพิ่มอีกแบบใจเสียสุดๆ เขาเพิ่งเห็นว่า คราบสีแดงนั้น เปื้อนใส่สายกระเป๋าของเขาซึ่งวางไว้ใต้เก้าอี้อีกด้วย
ต่อมา พนักงานสายการบินดังกล่าว ได้พยายามนึกหาถึงสาเหตุ ก่อนจะตกใจอย่างหนัก เมื่อฉึกคิดขึ้นมาได้ว่า ก่อนหน้าเคยเกิดเหตุสุดวิสัยจากผู้โดยสารมีอาการตกเลือดในเที่ยวก่อนหน้านี้ โดยพวกเขาอ้างว่า ได้ทำการถอดที่นั่งออกไปแล้ว แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้มีการทำความสะอาดพื้นเครื่องบินตรงบริเวณเกิดเหตุนั้นแต่อย่างใด
นอกจากนี้ ด้วยที่นั่งของเที่ยวบินดังกล่าว มีผู้โดยสารเต็มทุกเก้าอี้ ทำให้เขาและภรรยาไม่สามารถย้ายที่นั่งได้ ต้องจำใจจำทนนั่งที่เดิม ทนไปกับความสุดสะพรึงไปตลอด 7 ชั่วโมง จนกระทั่งเดินทางถึงปลายทาง นั่นก็คือที่โทรอนโต
ต่อมา หลังเกิดเรื่องราวๆ 3 วันทาง "บัตทาห์" ได้รับการติดต่อจากสายการบินชื่อดัง โดยเสนอวอยเชอร์มูลค่า 500 เหรียญ (ราว 17,500 บาท) และรวมทั้งการอาบน้ำแมวทั้ง 2 ตัวที่เขาและภรรยา ได้นำขึ้นเที่ยวบินดังกล่าว แต่งานนี้ เขาขอปฏิเสธข้อเสนอ เพราะมองว่าเคสนี้เป็นเรื่องอันตรายทางชีวภาพที่ร้ายแรง ซ้ำค่าตั๋วของพวกเขานั้นคือเงิน 2,500 เหรียญ (ราว 88,000 บาท) การได้ส่วนลด 20% มันเหมาะสมไหมกับประสบการณ์เช่นนี้ พร้อมทิ้งท้ายว่า
มันเป็นความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงและต้องมีใครบางคนรับผิดชอบ
ขอขอบที่มา : nypost / thainews