ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ยะลา และนราธิวาส
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
กรุงเทพฯ และปริมณฑล
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
เช็กพิกัดพื้นที่จังหวัดเสี่ยงภัยได้ตรงนี้ >>
กราฟิกแสดงพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย
ออกประกาศ 29 มิถุนายน 2566
ขอขอบคุณที่มา: กรมอุตุนิยมวิทยา
เพียงแค่ฝนตกลงที่หน้าต่างในบางครา
เพียงแค่ฝนตกลงในวันหยุดในตอนเช้า
มันก็อาจจะมีนิดเดียวที่คิดถึงเธอ
มันก็อาจจะเป็นครั้งเดียวที่บอกรักเธอ
เพลง : ก่อนฤดูฝน
ศิลปิน : The TOYS
เผยทริคดีๆ 6 วิธีขับรถขณะฝนตก(หนัก)ให้คุณและคนที่คุณรักเดินทางปลอดภัยถึงจุดหมาย
1. ฝนตกปุ๊ป ก็เปิดใบปัดน้ำฝนปั๊ป
สาเหตุที่ต้องบอกให้เพื่อนๆ เปิดใบปัดน้ำฝนตอนฝนตกนั้นเป็นเพราะว่า ขณะที่ฝนตกกระจกหน้ารถของเราจะเต็มไปด้วยหยดน้ำจากธรรมชาติที่ชื่อว่า “ฝน” ซึ่งเจ้าหยดน้ำเหล่านี้เองจะทำให้ทัศนียภาพ และความสามารถในการมองเห็นทางข้างหน้าของแฟนข่าวลดลง
งานนี้ใครไม่อยากถูกบดบังทัศนียภาพการมองเห็น ขอบอกเลยว่า ช่วงที่ฝนตกแบบเปาะแปะช่วงแรก ให้รับเปิดใบปัดน้ำฝนทันที ห้ามชะล่าโดยเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ หากฝนกระหน่ำลงมาอย่างหนัก จนมองไม่เห็นทางข้างหน้า
2. ใช้น้ำฉีดกระจก
นอกจากตัวช่วยอันดับต้นๆ อย่างใบปัดน้ำฝนที่ช่วยปัดน้ำฝนให้ไม่บดบังทัศนวิสัยแล้ว อีกหนึ่งตัวละครลับที่สำคัญเลยก็คือ “น้ำฉีดกระจก” เนื่องจากในช่วงแรกที่ฝนเริ่มตก น้ำที่กระเด็นจากการดีดจะมีลักษณะเหนียวคล้ายโคลน ทำให้ใบปัดน้ำฝนไม่สามารถปัดออกได้หมด ต้องใช้น้ำฉีดกระจกมาช่วยล้างคราบโคลนเหล่านี้
ข้อควรสำคัญในการใช้น้ำฉีดกระจกเลยก็คือ ไม่ควรใช้น้ำฉีดกระจกในขณะที่ขับรถด้วยความเร็วสูงโดยเด็ดขาด เพราะเพื่อนๆ จะไม่สามารถมองเห็นเส้นทางข้างหน้าได้ชัดเจนนั่นเอง
3. เปิดไฟหน้า-ไฟหลังรถ
ด้วยสภาพอากาศช่วงที่ฝนตกหนักท้องฟ้ามักจะมืดครึ้ม ดูคล้ายกับช่วงหัวค่ำ ทำให้ผู้ขับขี่มองเห็นเส้นทางไม่ชัดเจน การเปิดไฟหน้า-ไฟหลังรถนอกจากจะช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นเส้นทางดีขึ้นแล้ว ยังช่วยให้ผู้ขับขี่รถคันอื่นสามารถเห็นรถของเราได้ชัดเจนมากขึ้นด้วย ไม่เพียงแต่การเปิดไฟหน้ารถจะเป็นสิ่งสำคัญขณะฝนตก และตอนอยู่ในที่มืดอย่างลานจอดรถชั้นใต้ดินเพียงอย่างเดียวนะคะ เพราะในปัจจุบันกรมทางหลวงร่วมกับสภาวิศวกร ได้จัดโครงการ “เปิดไฟหน้ารถ ช่วยลดอุบัติภัย” ขึ้น งานนี้ไม่ว่าจะฟ้ามืด หรือฟ้าสว่างก็เปิดไฟหน้ารถกันได้
4. ลดความเร็ว
จากการศึกษาการต้านทานต่อการลื่นไถลของสํานักงานนิรภัยทหารอากาศฯ และ บริษัท บริดจสโตน เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด พบว่าช่วงที่ฝนเริ่มตกใน 10 นาทีแรกนั้นเป็นช่วงเวลาที่รถมีโอกาสลื่นไถลได้มากที่สุด เนื่องจากน้ำฝนได้ตกลงมาผสมกับคราบดินและฝุ่นละอองที่ติดอยู่บนพื้นถนน ทำให้ถนนมีลักษณะคล้ายโคลนจนรถไถลไปชนกับคันข้างหน้าได้ เพื่อความปลอดภัยการลดความเร็วของรถขณะฝนตก ถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน ทางที่ดีระดับความเร็วของรถที่ใช้ควรอู่ที่ 60 ก.ม./ช.ม. ไม่ควรเกินจากนี้โดยเด็ดขาด
5. ไม่ขับรถชิดคันหน้ามากเกินไป
อย่างที่เราได้กล่าวไปข้างต้นในข้อที่ 4 ว่า ขณะที่ฝนตกรถสามารถลื่นไถลได้ง่ายเนื่องจากถนนมีความเปียกลื่น นอกจากจะต้องลดระดับความเร็วในการขับขี่เหลือ 60 ก.ม./ช.ม. แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันเลยก็คือการเว้นระยะห่างจากรถคันข้างหน้ามากกว่าปกติ จากที่เป็นเพียงระยะห่างที่ปลอดภัยตามวิจารณญานของผู้ขับ ก็ต้องเว้นระยะห่างจากคันหน้า 10-15 เมตร หลายคนอาจจะมองว่าห่างกันเกินไป แต่เชื่อเถอะค่ะว่ามันเหมาะสมแล้ว
6. ห้ามเหยียบเบรกเต็มแรง
เมื่อรถของคุณเกิดลื่นไถลบนท้องถนน การเหยียบเบรกเต็มแรงนอกจากจะไม่ทำให้รถของคุณหยุดทันทีทันใดแล้ว ยังเป็นการเพิ่มโอกาสให้รถของคุณพลิกคว่ำได้ง่ายขึ้นอีกด้วย ทางที่ดี หากคุณขับรถบนท้องถนนแล้วดันเกิดเหตุสุดวิสัยอย่างรถเหินน้ำ หรือรถลื่นไถลขึ้น ขอแนะนำให้คุณรีบตั้งสติ พร้อมกับถอนคันเร่ง ควบคุมพวงมาลัยให้มั่นคงแล้วพยายามลดความเร็วโดยใช้เกียร์ต่ำจนกว่ารถจะทรงตัวได้ จึงค่อยเหยียบเบรกเพื่อหยุดรถ
ด้วยสภาพอากาศประเทศไทยในตอนนี้ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้นั่นเอง คนที่ขับรถบ่อย ๆ นั้นจะต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน เพื่อจะได้กลับบ้านหรือเดินทางไปหาคนที่คุณรักได้อย่างปลอดภัยนั่นเอง และนี่ก็คือ 6 วิธีขับรถขณะฝนตกให้ไปถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย ซึ่งใคร ๆ ก็สามารถทำตามได้ไม่ยาก ด้วยรักและห่วงใย
แน่นอนว่าสิ่งสำคัญที่สุดในการขับรถหน้าฝน คือต้องไม่ประมาท !!