มุมมองกัญชาจากบุคลากรทางการแพทย์
ต่อไปนี้คือ ตัวอย่างมุมมองของบุคลากรทางการแพทย์ที่มีต่อกัญชา:
อาจารย์เดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ จังหวัดสุพรรณบุรี แพทย์พื้นบ้านผู้นำกัญชามาใช้เพื่อการรักษาผู้ป่วยจากอาการต่าง ๆ ในช่วงแรก ๆ ท่านระบุว่า กัญชา คือ ยาวิเศษ หากใช้อย่างถูกวิธีและใช้อย่างมีความรับผิดชอบ เพราะกัญชาเป็นพืชสมุนไพรชั้นดี ที่ไม่ควรต้องถูกนำกลับไปเป็นยาเสพติดอีก เพียงแต่ผู้ใช้ต้องศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนนำไปใช้ ก็จะสามารถได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากกัญชาและมันจะมีประโยชน์มากทางด้านการแพทย์
ทางด้าน รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ ศิริไชย หงษ์สงวนศรี จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และกรรมการบริหารราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทย ได้ออกมาแสดงความกังวล เนื่องจากพบว่าเด็กในระดับชั้น ม.ต้น มีอาการทางจิตเวชมากขึ้น อันเนื่องมาจากการสูบกัญชา ซึ่งต่างจากเมื่อก่อนที่สาเหตุในการเข้ารับการรักษามักมาจากอาการซึมเศร้า, มีปัญหาด้านการเรียน และการเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสมจากครอบครัว
ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับกัญชา
จากข้อมูลข้างต้นเราจะเห็นว่าการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับกัญชามีการเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งก่อนหน้านี้ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศ เพื่อให้สร้างความมั่นใจแก่และเพื่อควบคุมไม่ให้นำกัญชาไปใช้ในทางที่ผิด ดังนี้
1. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข
เรื่อง กำหนดการกระทำที่ทำให้เกิดกลิ่นหรือควันกัญชาและกัญชง หรือพืชอื่นใดอันเป็นเหตุที่ก่อให้เกิดความรำคาญ พ.ศ.2565
โดยมีผลบังคับใช้วันที่ 15 มิถุนายน 2565 เป็นต้นไป โดยต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 3 เดือน หรือ ปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. ประกาศกรมอนามัย
เรื่อง การนำใบกัญชามาใช้ในการทำ ประกอบ หรือปรุงอาหาร ในสถานประกอบกิจการอาหาร (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2565 เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565
โดยกำหนดให้สถานประกอบการกิจการอาหาร ต้องควบคุม กำกับ และต้องจัดให้มีการสื่อสารข้อมูลในด้านสุขภาพและต้องตระหนักด้านความปลอดภัยแก่ผู้บริโภค เกี่ยวกับการจำหน่ายอาหารที่มีการใช้ใบกัญชาเป็นส่วนประกอบของอาหาร อาทิ การติดป้ายว่ามีการปรุงอาหารเมนูกัญชาอย่างไร การติดป้ายคำเตือนกลุ่มที่ควรเลี่ยงในการรับประทานเมนูกัญชา เพื่อให้ผู้บริโภคมีทางเลือกอย่างปลอดภัย
ซึ่งผู้ประกอบการเกี่ยวกับอาหารผสมกัญชาไม่ว่าจะเป็นคุกกี้, กัมมี่, เครื่องดื่ม และอื่น ๆ ต้องยื่นเอกสารกับองค์การอาหารและยา (FDA) เพื่อรับการอนุมัติการผลิต และเพื่อการจำหน่ายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
3. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข
เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ.2565 เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ.2565 โดยพิจารณาเห็นว่า กัญชาเป็นพืชสมุนไพรที่มีค่าต่อการศึกษาหรือวิจัย มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองและส่งเสริมการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 4 มาตรา 44 มาตรา 43(3) และ (5) แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมและคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542
มุมมองของสังคมไทยในปัจจุบันที่มีต่อกัญชาก็ยังคงแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายที่มองเห็นประโยชน์ของกัญชาที่ทางการแพทย์ให้การยอมรับกันอย่างกว้างขวางและสามารถใช้เป็นการรักษาทางเลือกได้ ในขณะที่อีกฝ่ายมองว่าสรรพคุณของกัญชาที่ช่วยผ่อนคลายด้านจิตใจนั้นเป็นความเชื่อที่ผิด กลับกันมันน่าจะส่งผลเสียต่อจิตประสาททำให้เกิดอาการหลอนเสียมากกว่า และมีความต้องการที่จะผลักดันให้กัญชากลับไปเป็นยาเสพติดเหมือนเดิมหากเป็นไปได้ ซึ่งก็สอดคล้องกับนโยบายของพรรคว่าที่นายกฯ คนที่ 30 แต่เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วง ‘รัฐบาลสุญญากาศ’ เราคงได้แต่จับตามองต่อไปว่าอนาคตของกัญชาไทยจะเป็นอย่างไร จะไปต่อหรือพอแค่นี้