- หลวงปู่ศรี มหาวีโร ได้วิเวกธุดงค์ที่ภูเกล้า ภูเวียง จ.ขอนแก่น
- หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ วัดอรัญบรรพต อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย – ได้วิเวกธุดงค์ด้วยกันที่วัดดอยหินหมากเป้ง
- หลวงปู่จันทร์โสม กิตติกาโร วัดป่านาสีดา จ.อุดรธานี ได้วิเวกธุดงค์ด้วยกันที่ อ.ผือ อ.สามพราน และ อ.น้ำโสม
- พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ, พระอาจารย์วัน อุตตะโม หลวงปู่หล้า เขมปัตโต และพระ- อาจารย์สิงห์ทอง ธัมมวโร ได้วิเวกธุดงค์ร่วมกันที่ถ้ำสาลิกา ภูสิงห์ ภูทอง ภูพานคำ และ ภูทอก ฯลฯ
- หลวงปู่มหาบุญมี สิริธโร วัดป่าวังเลิง จ.มหาสารคาม ได้จำพรรษาด้วยกัน (ปี 2532 – 2533)
- ตั้งแต่ ปี 2534 – 31 ธันวาคม 2551 จำพรรษา ที่วัดป่าอรัญญาวิเวก บ้านไก่คำ จ.อำนาจเจริญ
- 31 ธันวาคม 2551 – 11 ตุลาคม 2552 จำพรรษาที่วัดป่าอิสิปตนมฤคทายวัน (เสนาสนป่าโคกค่าย) บ้านหนองไฮน้อย ต.หนองข่า อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ
- 11 ตุลาคม 2552 จำพรรษาที่วัดป่านาเกิ้งญาณวโร บ้านนาเกิ้ง อ.เสนางคนิคม จ.อำนาจเจริญ
- 21 พฤศจิกายน 2553 จำพรรษาที่ วัดป่ามโนรมย์สมประสงค์ (สำนักสงฆ์ภูทิดสา) บ้านห้วยฆ้อง ตำบลหนองข่า อำเภอ ปทุมราชวงศา จัดหวัด อำนาจเจริญ
- 3 พฤศจิกายน 2556 สำนักสงฆ์บ้านเวินชัย อ.มหาชนะชัย จ.ยโสธร
ปัจจุบัน หลวงปู่แสง ญาณวโร จำพรรษา ที่ วัดป่าดงสว่างธรรม บ้านดงสว่าง ต.โคกนาโก อ. ป่าติ้ว จ.ยโสธร
ก่อนหน้านี้หลาย ๆ ท่านคงคุ้นเคยกับฉายาของท่านคือ "หลวงปู่แสง ญาณวโร" หลวงปู่ท่านได้เมตตาเล่าให้ลูกศิษย์ฟังถึงเหตุการณ์ที่เปลี่ยนฉายาจาก "ญาณวโร" เป็น "จันดะโชโต เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2557 หลวงปู่ท่านได้เล่าให้ฟังว่า
"...สมัยที่ท่านหนุ่ม ๆ ท่านได้เดินทางไปธุดงค์ที่ จ.อุดรธานี เพื่อที่จะไปปักกรดที่วัดร้างแห่งหนึ่ง ทางที่จะไปนั้น ต้องนั่งเรือข้ามห้วยชื่อว่า "ห้วยหลวง" ขณะที่หลวงปู่ท่านกำลังนั่งเรืออยู่นั้น เรือได้เกิดพลิกคว่ำ ทำให้บาตรของหลวงปู่ได้หล่นน้ำ ซึ่งในบาตรนั้นได้มีสูจิบัตรพระอยู่ด้วย ทำให้สูจิบัตรของหลวงปู่ท่านได้ลอยหายไปกับกระแสน้ำ"
หลังจากนั้นหลวงปู่ก็ได้ไปทำสูจิบัตรพระใหม่ซึ่งหลวงปู่ท่านมาเห็นในภายหลังว่า เจ้าหน้าที่พิมพ์ฉายาให้ท่านผิดไปเป็นฉายา "ญาณวโร" โดยแท้จริงแล้วหลวงปู่ท่านได้ใช้ฉายา "จันดะโชโต" มาตั้งแต่ต้น จึงทำให้หลวงปู่ได้ใช้ฉายา "ญาณวโร" ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเป็นเวลาหลายปี
กระทั่งปี 2557 หลวงปู่ท่านได้มอบหมายให้พระครูสุทธิพรหมคุณ (สุทธิพงศ์ ชนุตตโม) เจ้าอาวาสวัดป่าวังเลิง เจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม ให้ดำเนินการ ในการเปลี่ยนฉายาของหลวงปู่กลับมาเหมือนเดิม จาก "ญาณวโร" เป็น "จันดะโชโต" ซึ่งเป็นฉายาที่แท้จริงของหลวงปู่ และหลวงปู่ยังได้กล่าวอีกว่า "จันดะโชโต" มีความหมายว่า "ผู้ที่รุ่งเรือง" หลวงปู่ท่านเคยจำพรรษาที่วัดป่าวังเลิง จ.มหาสารคาม เมื่อปี 2532 – 2533 ..."
ดรามาต่อเนื่องกับวงการสงฆ์ หลังพบคลิปวิดีโอเกจิอาจารย์ดัง จ.ยโสธร ลวนลามหญิงสาวจนเป็นประเด็นดรามา ทั้งนี้พบชาวเน็ตเข้ามาเปิดประวัติหลวงปู่แสง ยกเป็นพระอริยเจ้า ที่เคยบวชและเรียนธรรมออกธุดงค์กับพระอาจารย์มั่น
จากกรณี หมอปลา พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนายโสธร และสื่อมวลชนเข้าตรวจสอบ "หลวงปู่แสง ญาณวโร" พระเกจิชื่อดัง อายุ 98 พรรษา และป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ที่อาศัยอยู่ในที่พักสงฆ์ พื้นที่บ้านดงสว่าง ต.โคกนาโก อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร ในกรณีมีคลิปช่วงเกิดเหตุเป็นหลักฐาน ซึ่งภายในคลิปจะเห็นหลวงปู่ พร้อมลูกศิษย์ชาย 3 คนนั่งประกบ เมื่อญาติโยมผู้หญิงเข้ามากราบไหว้จะถูกเรียกเข้าไปใกล้ๆ ก่อนพระชราที่ถูกกล่าวหาจะพยายามลวนลามผู้เสียหาย ทั้งลูบศีรษะ โอบกอด และพยายามดึงเข้าไปหอมแก้ม
ย้อนไปเมื่อ 12 พ.ค. 2565 ในสื่อสังคมออนไลน์ได้เกิดกระแสติดแฮชแท็ก #SAVEหลวงปู่แสง โดยเพจเฟซบุ๊ก "ราชสีห์ จิตอาสา" ซึ่งมีผู้กดติดตาม 5 แสนกว่าราย ได้ออกมาโพสต์ข้อความเกี่ยวกับหลวงปู่แสง โดยได้ระบุข้อความว่า
"งดดรามา ผมรักและศรัทธาในพระกรรมฐานสายพระอาจารย์มั่นท่านนี้ ผมเชื่อในคุณงามความดีในวัตรปฏิบัติของท่านยาวนานเกือบ 100 ปี ความเชื่อส่วนบุคคลของผมและเป็นความศรัทธาครับ"
ขอกราบนมัสการ และส่งกำลังใจให้ หลวงปู่แสง พระอริยเจ้า ที่บวชและเรียนธรรมออกธุดงค์กับอาจารย์มั่น ที่บ้านหนองผือ รวมถึงออกธุดงค์ตั้งแต่หนุ่ม จนเข้าวัยชรา ร่วมธุดงค์กับพระสายวิปัสสนา เช่น อาจารย์มั่น ภูริทัตโต, อาจารย์ฝั้น อาจาโร, หลวงปู่เทศก์ เทศน์รังษี, หลวงปู่ขาว อนาลโย, พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ, พระอาจารย์วัน อุตตะโม, หลวงปู่หล้า เขมปัตโต, หลวงปู่ชอบ ฐานสโม และ พระอาจารย์สิงห์ทอง ธัมมวโร ฯลฯ ได้วิเวกธุดงค์ร่วมกันกับหลวงปู่แสงที่ถ้ำสาลิกา ภูสิงห์ ภูทอง ภูพาน ตลอดจนไปยังพื้นที่ต่างๆ
โอวาทธรรม "หลวงปู่แสง" ญาณวโร
“ได้เกิดมาอัตภาพนี้ บ่บ้าใบ้เสียจริตผิดมนุษย์ ให้ตั้งใจทำความดี ให้เป็นหน้าเป็นตาพ่อแม่ สมกับที่ร่างกายนี้พ่อแม่ให้มา ให้คนเขาได้ย่อง ว่าลูกพ่อนั่นแม่นี่”
“เห็นบ่ว่ามันทุกข์ส่ำได๋ เกิดมามันทุกข์ อย่าสุอยากพากันมาเกิดหลาย”
“พากันคิดบ่จะตายมื้อได๋ มัวหลงโลกอยู่เด้อ ให้รีบสร้างความดีเข้า จะได้เป็นที่พึ่งได้ จนที่สุดบ่ต้องมาเกิดอีก”
“เขาว่าให้เฮา เฮาบ่ไปรับเอา แนวบ่ดีมันกะตกอยู่นำผู้นั้น เฮากะฮู้อุเบกขาอยู่ วางเฉยบ่ยินดีนำเขาว่า รู้แล้วกะวาง บ่หลงไปนำคำคน ไผเฮ็ดแนวได๋กะได้แนวนั้น ความดีความชั่วโตเฮาทำเอง บ่มีไผมาให้ดีให้ชั่วเฮาได้ เฮาสิดีกะย่อนเฮาทำดี เฮาสิชั่วกะย่อนเฮาทำชั่ว บ่มีไผมาเฮ็ดดี เฮ็ดชั่ว ให้เฮาได้สรรเสริญ นินทามันเป็นธรรมประจำโลก อย่าไปหลงนำมัน คั่นไปหลงนำมัน มันกะเดือดร้อน ไปรับเอาฟืนเอาไฟมาเผาใจเจ้าของ เป็นเดือดเป็นร้อนขึ้นมา ฮู้จักอุเบกขา วางเฉย ใจมันกะร่มเย็น”
“ให้เอาชนะกิเลสตัวเอง อย่าไปเอาชนะกิเลสคนอื่น ชนะกิเลสในใจตนได้แล้ว ขี้นชื่อว่าชนะทุกสิ่งในโลกนี้ กิเลสอยู่ขอบฟ้ามหาสมุทรไหนก็ชนะทั้งหมด ถ้าเราชนะตัวเราแล้ว”
“มีแต่คนแตกกันซวดๆ พากันมาเกิดมาตายหลายโพด คนทุกคนที่มานี่มีจิตมีใจกันเบิดทุกคนเด้อ ผู้หญิงก็มีใจ ผู้ชายก็มีใจ คนเฒ่าคนแก่ก็มีใจ พระเณรก็มีใจ อันได๋ ๆกะว่าลงอยู่ใจนี่เด้อ ดีชั่วกะอยู่ใจเด้อ สะอาดกะอยู่ใจนี่ สกปรกกะอยู่ใจนี่ ถ้าใจมันสกปรกกะให้ชำระซักฟอกมันออก ให้มันสะอาดขึ้นมา เอาธรรมะเป็นเครื่องชำระซักฟอก ให้มีศีล ให้มีสมาธิ ให้มันเกิดสติ ให้มีปัญญากำกับรักษาใจ ให้มีสติปัญญากำกับรักษาใจไปตลอด เฮ็ดขึ้นทำขึ้นภายในใจเจ้าของ ใจนี่พาเกิดพาตายมานานแล้ว”
“หลวงปู่แสง จันดะโชโต (ญาณวโร)” ละสังขารแล้ววันนี้ 19 มิถุนายน 2566 เวลา 19.13 น.
#น้อมส่งองค์หลวงปู่แสงสู่แดนนิพพาน
ข้อมูลและภาพ : 108 พระเกจิ