แต่ที่ปังมากๆ ก็ตรงที่คอมเมนต์หนึ่งที่ปังมาก แรงสสมาก โดยมีชาวเน็ตรายหนึ่งเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ทันทีว่า
“คุณแม่ได้โปรดอย่าลืมอดีตที่ตัวเองไปสัมภาษณ์ออกทีวีแล้วก็ให้ฝ่ายชายเสียๆ หายๆ นะคะ โปรดจำสิ่งตรงนั้นด้วยค่ะ ได้แค่หน้าที่แม่พอไม่ควรเป็นหน้าที่เมียค่ะ ไปต่อคิวก่อน จะมาอยากได้อะไรตอนที่เขาจะได้เป็นนายกคะ อยู่ตั้งนานทำไมถึงไม่ได้อยากได้คะเลิกกันไปดีๆไม่ว่าเลยนะคะอันนี้ไม่ใช่ค่ะคุณฟ้องเขาด้วยแล้วคุณก็หาว่าเขาทำร้ายร่างกายคุณคุณไม่ได้ดูชนะนะคะคุณดูแบบ พูดได้ไหม จะฟ้องหรือเปล่าจะโดนฟ้องหรือเปล่าคะ ประชาชนเขาจำได้นะคะว่าคุณสัมภาษณ์อะไร ใน YouTube สื่อสังคมต่างๆภาพนั้นมันก็ยังจำอยู่ค่ะ มองบนก่อน อย่ามาคะ”
ไม่นานนัก คุณแม่สุดสตรองคนนี้ “ต่าย ชุติมา” หลังโดนชาวเน็ตดักคอ จะมาอยากได้อะไรตอนที่ “ทิม พิธา” จะได้เป็นนายก!
โดยเธอได้เข้ามาตอบทันทีว่า
“เรื่องแบบนี้ไม่มีใครลืมลงค่ะ เเละไม่ได้ต่อคิว ไม่ต้องเหนื่อยคิดแทนนะคะ”
ย้อนอ่านวันวานที่แสนหวาน
วันหวาน ณ วันวาน เรื่องราวดีๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อประมาณปี 2555 ที่ผ่านมา
สำหรับคู่ของ ต่าย ชุติมา และ ทิม พิธา ที่ใช้ชีวิตคู่แบบสามีภรรยา (ในตอนนั้น) หนุ่มหล่อดาราสาวสวยเคียงคู่เคียงข้างมานานนับ 6 ปี โดยเข้าพิธีหมั้นในวันที่ 5/5/55 หรือ วันที่ 5 เดือนพฤษภาคม ปีพ.ศ. 2555 และเข้าพิธีฉลองวิวาห์ด้วยฤกษ์ดี 12/12/12 หรือวันที่ 12 เดือนธันวาคม ปีค.ศ. 2012 ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ ปัจจุบันมีลูกสาวที่น่ารัก 1 คน คือน้องพิพิม วัย 2 ขวบ
ในวันเข้าพิธีฉลองวิวาห์ทั้งคู่ได้ให้คำมั่นสัญญาต่อกันท่ามกลางกองทัพนักข่าวอย่างหวานซึ้ง และทั้งคู่ตอบอย่างให้เกียรติกันและกัน โดยสาวต่าย ชุติมา บอกว่า
"พี่ทิมเป็นสามีที่สมบูรณ์แบบ กลับบ้านตรงเวลา ขยัน ไม่เคยโกหก ทำอะไรก็บอก เราสบายใจที่ฝากชีวิตกับเขาได้"
ส่วนหนุ่มหล่อ "ทิม พิธา" ได้บอกว่า
ผมให้ 3 ส. กับเขาไปตลอดชีวิต คือ สม่ำเสมอ ซื่อสัตย์ เสียสละ
กระแสแรงจัดโดนใจด้อมส้ม
สัญญาณที่บ่งบอกอย่างไม่ต้องสงสัยก็คือ กระแสความนิยมพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล ที่นำทุกพรรคมาตลอด นับแต่เข้าสู่โหมดเลือกตั้ง และทิ้งห่างในช่วงโค้งสุดท้ายซึ่งทั้งสองพรรค คือ ขั้วฝ่ายประชาธิปไตย ที่ถ้าจับมือกันจัดตั้งรัฐบาล ก็เท่ากับ มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นนั่นเอง
ยิ่งกว่านั้น กระแสที่พุ่งแรง ของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่ผลโพล(ผลสำรวจ) ประชาชนอยากได้เป็น “นายกรัฐมนตรี” และพรรคก้าวไกล ที่คนไทยต้องการเลือกส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ หรือ “ปาร์ตี้ลิสต์” ก็ยิ่งสะท้อนความต้องการเปลี่ยนแปลงอย่างแจ้งชัด
พรรคก้าวไกล ที่มีความมั่นคงใน “จุดยืน” ทางการเมือง ที่จะไม่จับมือร่วมรัฐบาลกับ “ฝ่ายเผด็จการ” โดยเฉพาะกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มี “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และพรรคพลังประชารัฐ ที่มี “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กระทั่ง ล่าสุด การแสดงจุดยืน “มีลุงไม่มีเรา” หรือ “มีเราไม่มีลุง” จนกระแสพุ่งแรงอย่างพลิกความคาดหมาย