จากการเก็บสถิติของสำนักงานบริหารทรัพย์สินและกีฬา มธ. ปี 2564-2565 พบว่า ทุกวันนี้สนามกีฬาของมหาวิทยาลัย มีผู้เข้ามาใช้บริการประมาณ 2 แสนคนต่อปี โดย 75% เป็นนักศึกษาและบุคลากร ส่วนอีก 25% เป็นบุคคลทั่วไป
“เราไม่ได้มุ่งเน้นแค่การฝึกทักษะเพื่อความเป็นเลิศทางด้านกีฬาเท่านั้น เราไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะการแข่งขัน การเอาชนะ หรือเพื่อความเป็นหนึ่ง หากแต่ธรรมศาสตร์ยังเปิดรับบุคคลทั่วไป ที่อยากออกกำลังกาย อยากเล่นกีฬา อยากมีสุขภาพที่ดี หรือถ้าเยาวชนหรือผู้สนใจอยากศึกษาการเล่นกีฬาอย่างถูกหลักให้เข้ามาใช้สถานที่แห่งนี้ด้วย” ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจกีฬาฯ กล่าว
นั่นนำมาสู่การเปิดคอร์สสอน เช่น กีฬาประเภทบุคคลอย่างว่ายน้ำ เทนนิส เทควันโด กีฬาสควอท ยิงธนู ยิงปืน ฯลฯ ซึ่งเปิดกว้างให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้ามาเรียนรู้-เพิ่มเติมทักษะ และใช้บริการได้ด้วย
ด้วยจุดมุ่งหมายคือ “สุขภาพของคนทั้งมวล” สำนักงานบริหารทรัพย์สินและกีฬา มธ. จึงให้น้ำหนักความสำคัญกับการออกแบบพื้นที่เพื่อสุขภาพยังปรับไปตามความต้องการของผู้ใช้ และเป็นไปตามเทรนด์ความนิยม
อาทิ การมีเส้นทางจักรยานรอบมหาวิทยาลัยความยาวรวม 15 กิโลเมตร ซึ่งเชื่อมต่อไปยังหอพัก สนามกีฬา โรงพยาบาล ร้านค้าต่างๆ สอดคล้องกับบริบทของการรักษาสิ่งแวดล้อม ลดใช้พลังงาน ความต้องการลดก๊าซเรือนกระจก
การมี “เอ็กสตรีมพลาซ่า” ซึ่งเป็นสนามกีฬาสตรีมที่ใหญ่ที่สุดตามมาตรฐานสากล เป็นลานกลางแจ้งสำหรับกีฬาผาดโผน ไม่ว่าจะเป็นสเก็ตบอร์ด โรลเลอร์เบลด BMX การมีหน้าผาจำลองความสูง 15 เมตร ซึ่งสูงเป็นลำดับที่ 2 ของประเทศ สอดคล้องกับคนรุ่นใหม่ที่สนใจกีฬาผาดโผน
การมีสนามสตรีทบาสเกตบอล ซึ่งประยุกต์จากบาสเกตบอลปกติ แต่ใช้ผู้เล่นจำนวนน้อยกว่า ซึ่งเข้ากับพฤติกรรมและวัฒนธรรมสมัยใหม่ ตลอดจนฟิตเนสออกกำลังกายทั้งในร่มและกลางแจ้ง ควบคู่ไปกับบริการห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ
ทั้งหมดนี้นักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ขณะที่บุคคลทั่วไปมีค่าใช้จ่ายในอัตราต่ำเมื่อเทียบกับสถานภายนอก
“มหาวิทยาลัยสุขภาพดีเพื่อคนทั้งมวล” และการก้าวไปสู่ชุมชนแห่งการเล่นกีฬาหรือ Sport Community ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพที่เติบโตอย่างมากขึ้นในปัจจุบัน เป็นบริการทางสังคมเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งทางร่างกาย จิตใจ ปัญญา และสังคม