“ที่ผ่านมามีนักปราชญ์ และวิเคราะห์นักเศรษฐกิจเตือนมาแล้วว่า วันข้างหน้าประชากรจะมากกว่าทรัพยากร โดยมนุษย์ทุกคนได้ถลุงโลกตั้งแต่ลืมตาเกิดขึ้นมาจนกระทั่งตาย ได้ใช้ทรัพยากรไปมาก และก็ไม่ใช่การใช้ทรัพยากรไปเพื่อยังชีวิตอย่างเดียว แต่เป็นการใช้ทรัพยากรไปหลาย ๆ อย่างไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็นใน” ดร.สุเมธ กล่าว
ดร.สุเมธ กล่าวว่า โลกยุกปัจจุบันยิ่งมีความเจริญมากขึ้นเท่าไหร่ คนก็ยิ่งเข้าไปทำลายทรัพยากรต่าง ๆ มากขึ้น จนเกิดเป็นความทุกข์ โดยมีความตายรออยู่ข้างหน้า ซึ่งในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ได้ถูกเชิญไปเป็นประธานงานแต่งงานมาหลายงาน และพูดทิ้งท้ายทุกครั้งว่าขอให้มีลูกเร็ว ๆ แต่ตอนนี้อยากพูดเหลือเกินว่าอย่าเพิ่งมีลูกเลย เพราะตัวเองยังไม่รอด มีความทุกข์มากถึงขนาดนี้ และหากมีเด็กเกิดขึ้นมาก็ไม่รู้ว่าจะเหลืออะไร
ทั้งนี้ หลากหลายปัญหาที่เกิดขึ้นบนโลก มนุษย์รู้ปัญหา รู้ทางแก้ แต่พอถึงจุดหนึ่งที่ต้องกระทำขึ้นมากลับมีปัญหาขึ้นเสียเอง เช่น การมีข้อตกลงต่าง ๆ บนเวทีของโลก แต่สุดท้ายแล้วก็ยังไม่ได้ขับเคลื่อนอะไรออกมา
“ปัญหาทุกอย่างทุกคนรู้แล้วว่าทางรอดคืออะไร เป็นทางรอดของตัวเองและลูกหลานข้างหน้า ซึ่งการต่อสู้ระหว่างกิเลสและปัญญานั้น สู้กันมา 2,000 กว่าปีแล้ว แต่ก็ยังไม่ชนะ มนุษย์ก็ยังเป็นมนุษย์ยังไม่สามารถบรรลุกิเลสปัญหาได้ จนทำให้วันนี้ต้องมีการบังคับกัน เช่น ข้อบังคับทางธุรกิจต่าง ๆ ที่ออกมาเกี่ยวกับเรื่องทรัพยากร รวมไปถึงเรื่องความร่ำรวยที่คนทุกอย่างเอาจิตไปฝังไว้ตรงนั้น ทางแก้ที่ถูกวิธีคือต้องเปลี่ยนวิถีกันใหม่ แม้จะเป็นไปไม่ได้ก็ตาม”
นอกจากนี้ยังเสริมอีกว่า “เราใช้เสื้อผ้า เรากิน เราทิ้งขยะ ทุกอย่างล้วนเป็นการถลุงโลก ดังนั้น ผมของให้ใช้ความเห็นแก่ตัวนำทาง ไม่อย่างนั้นเราไปกันต่อไม่ได้ เราต้องลงมือทำเดี๋ยวนี้”