เนชั่นทีวี

ข่าว

"บิ๊กโจ๊ก"เผยไทยที่ 1 ตำรวจโลก"สมาร์ทเซฟตี้โซน 4.0"สร้างความปลอดภัยปชช.

15 พ.ย. 2565 | chairat_pat

"บิ๊กโจ๊ก"เผยไทยที่ 1 ตำรวจโลก"สมาร์ทเซฟตี้โซน 4.0"สร้างความปลอดภัยปชช.

"บิ๊กโจ๊ก"ร่วมแสดงวิสัยทัศน์"Thailand smart city Bangkok model" เดินหน้า"สมาร์ทเซฟตี้โซน 4.0"สร้างความปลอดภัยให้ประชาชน ย้ำกลางปี 2566 ครอบคลุมทั้ง กทม. หลังร่อง 3 สน. ทำอาชญากรรมลดเพิ่มมั่นใจปชช. การันตีความสำเร็จจากงานประกวดตำรวจโลกที่ดูไบ ไทยได้อันดับ 1

15 พฤศจิกายน 2565 "พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล" รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ได้เข้าร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในงาน "Thailand smart city Bangkok model" ที่จัดโดยเครือเนชั่นกรุ๊ป ระหว่าง "เนชั่นทีวี" และ "โพสต์ทูเดย์" ณ โรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ ในหัวข้อ "นโยบายและแนวทางเพื่อความปลอดภัยขั้นสุดของเมืองระดับมหานคร"   

 

"บิ๊กโจ๊ก"เผยไทยที่ 1 ตำรวจโลก"สมาร์ทเซฟตี้โซน 4.0"สร้างความปลอดภัยปชช.

 

โดย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สมาร์ทซิตี้เป็นสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้น แต่ประเทศไทยยังไม่เกิดขึ้น โดยตำรวจเป็นส่วนของความปลอดภัยของสมาร์ทซิตี้ ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้มีโครงการสมาร์ทเซฟตี้ โซน 4.0 ที่ทำขึ้นเพื่อรองรับแนวคิดสมาร์ทซิตี้ โดยมี "พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข" อดีตผบ.ตร. เป็นผู้ริเริ่มแนวคิดและตนเองเป็นผู้ลงมือทำ

 

ทั้งนี้ การเริ่มทำโครงการดังกล่าว เริ่มจากการประเมินลักษณะทางกายภาพในการเลือกพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เป็นแลนด์มาร์คด้านเศรษฐกิจ และพื้นที่มีเหตุอาชญากรรมสูง ซึ่งการเข้าไปดำเนินการลักษณะทางกายภาพ เริ่มต้นจากการปรับปรุงทางม้าลาย ทางเดินเท้า ปรับปรุงทัศนียภาพ เพิ่มไฟส่องสว่าง เพื่อให้เกิดความปลอดภัย เพราะเหตุอาชญากรรมปัจจัย คือ บุคคลเสี่ยงและสถานที่เสี่ยง ดังนั้น จะต้องทำพื้นที่จุดเสี่ยง ให้ไม่มีความเสี่ยง และทำพื้นที่ที่ประชาชนไม่กล้าเดินให้กลับมาเดินตามปกติให้ได้ 

"เมื่อปรับปรุงลักษณะทางกายภาพแล้ว ก็จะมาสู่การดำเนินการด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะกล้องวงจรปิด และที่ผ่านมารัฐบาลติดกล้องวงจรปิดเท่าไหร่ ก็ไม่เพียงพอ เนื่องจากไม่ได้มีการบูรณาการกล้องวงจรปิดกับหน่วยงานอื่นๆ แต่วันนี้ได้มีการบูรณาการกล้องวงจรปิดกับทุกหน่วยงานแล้ว เพื่อให้มุมกล้องสอดรับกัน หากเกิดเหตุขึ้นจะได้ไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดได้ง่ายขึ้น และมองว่าวันนี้ต้องใช้คนนำเทคโนโลยีไม่ใช่ใช้เทคโนโลยีนำคน และจะต้องมีการปรับเพิ่มกล้องเอไอ เพื่อช่วยแยกแยะบุคคลต้องสงสัย" รอง ผบ.ตร. ระบุ

 

"บิ๊กโจ๊ก"เผยไทยที่ 1 ตำรวจโลก"สมาร์ทเซฟตี้โซน 4.0"สร้างความปลอดภัยปชช.

 

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวด้วยว่า หลังจากทำโครงการนี้มาได้ 6 เดือน ก็ได้ประกวดงานตำรวจโลก ที่จัดปีละครั้ง ซึ่งปีที่ผ่านมาจัดที่ประเทศดูไบ ซึ่งประเทศดูไบต้องการเป็นเมืองที่รวมทุกอย่างเป็นอันดับหนึ่งของโลกให้ได้มากที่สุด ตนก็เอาโครงการนี้ไปประกวด มีหลายชาติมาร่วม และปรากฎว่าประเทศไทยได้รับรางวัลอันดับ 1 ของโลก ในรางวัล "The Best Experience in community Policing" ในด้าน Crime Prevention จากการประชุมสุดยอดตำรวจโลก "World Police Summit 2022" ทั้งที่เทคโนโลยีของอเมริกา อังกฤษ เหนือกว่าเยอะ แต่ประเทศไทยได้รางวัลนี้ เพราะนวัตกรรมด้านการป้องกันจากการมีส่วนร่วมของประชาชน 

 

ดังนั้น การดำเนินการที่ดีที่สุด คือ จะต้องให้ประชาชนรู้สึกว่า ทำโครงการแบบนี้แล้ว ประชาชนจะได้อะไร ให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางจริงๆ และให้ประชาชนรู้สึกได้ว่า ทำแล้วประชาชนจะได้อะไร และวันนี้ (15พ.ย.) งานตำรวจไม่ได้ยาก จะต้องทำการสำรวจว่าประชาชนอยากให้ทำอะไร 
   

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าโครงการสมาร์ทเซฟตี้โซน 4.0 จะขับเคลื่อนและเดินหน้าต่อ และครั้งแรกที่ทำได้งบประมาณมา 70 กว่าล้าน และเมื่อมีการขับเคลื่อนจริงจัง ก็ได้งบประมาณมาทำต่อ โดยในพื้นที่ กทม.มีโครงการนำร่องที่ สน.ลุมพินี และสน.ห้วยขวาง ซึ่งทำให้ที่ผ่านมาเหตุอาชญากรรมลดลง จากตัวชี้วัดตำรวจโลก ตั้งแต่เริ่มทำในพื้นที่มีนครบาลมีเหตุอาชญากรรมลดลงเกิน 80%

 

ส่วนความหวาดกลัวภัยใน กทม. ถือเป็นสำคัญเพราะเป็นเรื่องของความรู้สึกคน และที่ผ่านมาตั้งแต่มีโครงการ ความกลัวของประชาชนก็ลดลง และสิ่งเหล่านี้ตนเองรักษาไว้ ไม่ใช่ทำแค่ชั่วคราว และขณะนี้อยู่ระหว่างรองบประมาณ ซึ่งรัฐบาลจัดสรรงบประมาณให้ 375 ล้านบาท เพื่อเดินหน้าโครงการนี้ โดยมีตนเองเป็นผู้ขับเคลื่อน และคาดว่ากลางปีหน้าจะครอบคลุมทั้งกรุงเทพมหานครได้

 

"บิ๊กโจ๊ก"เผยไทยที่ 1 ตำรวจโลก"สมาร์ทเซฟตี้โซน 4.0"สร้างความปลอดภัยปชช.

 

สำหรับโครงการสมาร์ทเซฟตี้โซน เป็นโครงการที่ตอบโจทย์ประชาชน และต้องการให้มีครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ เพื่อรองรับสมาร์ทซิตี้ของทุกจังหวัด และวันนี้มีโรงพัก 1,484 สถานีตำรวจ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะต้องดำเนินการให้ครบทั้งหมด แต่จะเน้นพื้นที่เมืองหลวงให้ครบทุกพื้นที่ก่อน คาดว่ากลางปี 2566 จะครบทุกพื้นที่ 88 สถานีตำรวจในกรุงเทพมหานคร และจากพื้นที่นำร่องไปแล้ว ทำให้ความเชื่อมั่นของประชาชนในการทำงานของตำรวจเพิ่มสูงขึ้น และความอุ่นใจของเหตุอาชญากรรมหรือความหวาดกลัวภัยจากตัวชี้วัด ของการทำงานตำรวจโลกลดต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด

 

"ผมย้ำว่าจะต้องทำทุกพื้นที่ให้ประชาชนเกิดความอุ่นใจและปลอดภัย และประชาชนจะเป็นตัวชี้วัดการทำงานของตำรวจด้วย หากประชาชนอุ่นใจก็หมายความว่าตำรวจได้ทำงานจริง ส่วนการทำให้ครอบคลุมทั้งประเทศ คงต้องใช้ระยะเวลาอีก 3 ปี เพราะสิ่งสำคัญ คือ เรื่องของงบประมาณ ยิ่งหากไปดำเนินการในจังหวัดเล็กๆ งบประมาณค่อนข้างมีน้อย เพราะสิ่งสำคัญที่วันนี้ประชาชนไว้ใจมากที่สุด คือ กล้องวงจรปิด เพราะไม่สามารถโกหกภาพได้ และเมื่อมีการเชื่อมต่อกล้องวงจรปิดของแต่ละพื้นที่ แต่ละชุมชนเข้ามายังตู้ยามของตำรวจในแต่ละพื้นที่ได้ทั้งประเทศ ตำรวจก็จะสามารถมอนิเตอร์เหตุการณ์ได้และสั่งการเข้าไปดำเนินการได้ทันรวมถึงแจ้งไปยังประชาชนให้เข้าไปช่วยตรวจสอบได้อีกด้วย ก็จะทำให้ประชาชนเกิดความอุ่นใจเพิ่มขึ้น เรียกว่าเป็นการแจ้งเหตุแบบพิเศษ ไม่ต้องเสียเวลาโทรศัพท์เพื่อแจ้งเหตุอย่างเดียว" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าว 

ข่าวล่าสุด