"จากข้อมูลข้างต้น จะเห็นได้ว่าการเสียชีวิตของพะยูน และสัตว์ทะเลหายาก มีสาเหตุจากทั้งการป่วยตามธรรมชาติ และอุบัติเหตุทางทะเล ทำให้เราต้องยิ่งตระหนักถึงการดูแล อนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากอย่างเต็มที่ ด้วยการหลีกเลี่ยงปัจจัยที่จะทำให้เกิดผลกระทบต่อสัตว์ทะเลหายาก จึงอยากฝากพี่น้องประชาชนให้ช่วยกัน เช่น แก้ไขปัญหาขยะทะเลโดยการลดการใช้ถุงพลาสติก การท่องเที่ยวทางทะเลอย่างรับผิดชอบ การเดินเรือหรือการสัญจรทางทะเลด้วยความปลอดภัย ไม่ประมาท รวมถึงทำการประมงอย่างระมัดระวัง
โดยสัตว์ทะเลหายาก ใกล้สูญพันธุ์ จำพวกสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม แม้จะไม่ใช่เป้าหมายหลักของการทำประมง แต่สัตว์ทะเลกลุ่มนี้มีโอกาสติดมากับเครื่องมือประมงโดยบังเอิญ ชาวประมงจะต้องช่วยกันดูแลอนุรักษ์ ให้การช่วยเหลือเบื้องต้นเมื่อเกิดเหตุติดมากับเครื่องมือฯ หรือแจ้งเบาะแสมายังสายด่วนพิทักษ์ป่าและรักษาทะเล โทร.1362 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละพื้นที่เข้าตรวจสอบและช่วยเหลือได้ทันท่วงทีต่อไป" นายอรรถพล กล่าวทิ้งท้าย
สืบเนื่องจากกรณี มีการพบพะยูนน้อยเพศผู้ตาย ซากลอยกลางทะเล เครือข่ายอนุรักษ์ประมงพื้นบ้านบ้านไหนหนัง ช่วยลากขึ้นฝั่งหาสาเหตุการตาย ย้อนไปเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา มีชาวบ้าน ม.3 บ้านไหนหนัง ต.เขาคราม อ.เมือง จ.กระบี่ เดินทางไปดูซากพะยูน หลังทราบว่า กลุ่มเครือข่ายอนุรักษ์ประมงพื้นบ้านบ้านไหนหนัง ได้นำซากพะยูนมาเก็บไว้ ที่บริเวณท่าเรือบ้านไหนหนัง เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่นำซากไปผ่าพิสูจน์หาสาเหตุของการตาย
เบื้องต้นพบว่า เป็นพะยูน หนุ่มเพศผู้ น้ำหนักประมาณ100 กิโลกรัม ไม่มีบาดแผลฉกรรจ์ มีเพียงบาดแผลเป็นวงกลม เป็นจุดๆ ตามส่วนหัวและลำตัว นับสิบแผล คาดว่าเพิ่งตายไม่เกิน 24 ชม.เนื่องจากเนื้อหนังยังสด ไม่มีกลิ่น ชาวบ้านได้ช่วยห่อซากด้วยน้ำ รอเจ้าหน้าที่นำซากไปผ่าพิสูจน์
นายมู่หาด เหล่ชาย อายุ 59 ปี ประมงพื้นบ้าน ซึ่งเป็นผู้ที่พบเจอซากพะยูน ตัวดังกล่าวบอกว่า ขณะที่ออกทำการประมง ในเขตพื้นที่ทะเล บริเวณเกาะสิเหร่ หน้า ต.เขาทอง อ.เมืองกระบี่ เมื่อช่วงกลางดึก ที่ผ่านมา ได้พบซากพะยูนลอยตายอยู่กลางทะเล จึงได้ประสานงานกับทีมงานเครือข่ายชาวประมงในพื้นที่ นำซากพะยูนมายังท่าเรือบ้านไหนหนัง เพื่อผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการตาย
ขณะที่นายดลหล้อ เกมพิทักษ์ ที่ปรึกษาสมาคมชาวประมง จ.กระบี่ ให้ข้อมูลว่า ซากที่พบเป็นพะยูน เพศผู้ ขนาดยังไม่โตเต็มวัย อายุประมาณ 3 ปี ความยาวประมาณ 1.50 เมตร น้ำหนักประมาณ 100 กิโลกรัม สำหรับบริเวณที่พบซากปลาพะยูนลอยตาย เป็นแหล่งหญ้าทะเล และก่อนนี้เมื่อต้นปี 54 ที่ผ่าน เครือข่ายประมงพื้นบ้านไหนหนัง ได้พบซากพะยูนลอยตายบริเวณกังกล่าวมาแล้ว 1 ตัว จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ผ่าพิสูจน์หาสาเหตุ เพื่อทางเครือข่ายจะได้ช่วยกันอนุรักษ์ต่อไป เพราะพะยูนเป็นสัตว์ทะเลที่ใกล้สูญพันธุ์
ขอขอบคุณ สำนักข่าวข่าวเนชั่น ภาพข่าวโดย สิทธิชัย สิขวัตร ศูนย์ข่าวจังหวัดกระบี่