เนชั่นทีวี

ข่าว

สุดเศร้า ผลผ่าซากวาฬบรูด้า เกยตื้นตาย ที่ ภูเก็ต พบขยะถ้วยพลาสติกในลำไส้

31 ต.ค. 2565 | teerawat_pra

สุดเศร้า ผลผ่าซากวาฬบรูด้า เกยตื้นตาย ที่ ภูเก็ต พบขยะถ้วยพลาสติกในลำไส้

กรมทะเลและชายฝั่ง เร่งหาสาเหตุการตาบของวาฬบรูด้าขนาดใหญ่กว่า 13 เมตร หลังเกยตื้นตายที่เกาะราชาใหญ่ จ.ภูเก็ต ล่าสุด ในเบื้องต้นหลังการผ่าซาก พบถ้วยพลาสติก ขยะทะเลในลำไส้

สุดเศร้า ผลผ่าซากวาฬบรูด้า เกยตื้นตาย ที่ ภูเก็ต พบขยะถ้วยพลาสติกในลำไส้

ความคืบหน้ากรณี พบซากวาฬขนาดใหญ่ลอยเกยตื้นตายบริเวณเกาะราชา ตำบลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (อทช.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นซากวาฬบรูด้า ขนาดความยาวลำตัว 13 เมตร เพศเมีย โตเต็มวัย สภาพซากเน่า จึงได้นำซากวาฬดังกล่าวมาชันสูตรหาสาเหตุการตายศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน (ศวอบ.)

สุดเศร้า ผลผ่าซากวาฬบรูด้า เกยตื้นตาย ที่ ภูเก็ต พบขยะถ้วยพลาสติกในลำไส้

นายอรรถพล เปิดเผยว่า ภายหลังได้รับผลการชันสูตรซาก พบว่าอวัยวะส่วนใหญ่เน่าและย่อยสลาย ภายในกระเพาะอาหารพบของเหลวปนอาหารเล็กน้อย และมี "ผลลูกจาก" จำนวน 2 ลูก ซึ่งไม่ใช่อาหารตามปกติ ภายในลำไส้พบของเหลวตลอดลำไส้และพบ "พยาธิตัวกลม พยาธิตัวตืดเล็กน้อย" โดยในส่วนของลำไส้เล็กส่วนกลางพบ "ถ้วยพลาสติก" จำนวน 1 ใบ แต่ยังไม่ก่อให้เกิดการอุดตันของลำไส้ โดยสาเหตุการตายเบื้องต้นพบว่าวาฬดังกล่าวมีสภาพร่างกายสมบูรณ์ แต่มีสภาพซากเน่ามากจึงไม่สามารถระบุสาเหตุการตายได้แน่ชัด

สำหรับ ประเทศไทย ทิ้งขยะพลาสติกลงทะเลมากที่สุดติดอันดับ 5 ของโลก ที่ 22.8 ล้านกิโลกรัมพลาสติก และเป็นอันดับ 4 ของทวีปเอเชีย

หากย้อนข้อมูลไปในอดีตในปี 2019  ประเทศไทย สร้างขยะพลาสติกถึง  1 ล้านตัน และพวกขยะพลาสติกเหล่านั้น ได้กลายมาเป็นขยะในทะเล 0.41 ล้านตัน ซึ่งมันได้ส่งผลเสียต่อระบบนิเวศ และสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ เป็นความเสียหายที่ยากเกินกว่าจะคาดเดา

สุดเศร้า ผลผ่าซากวาฬบรูด้า เกยตื้นตาย ที่ ภูเก็ต พบขยะถ้วยพลาสติกในลำไส้

อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (อทช.) จึงอยากฝากพี่น้องประชาชนว่า

 

อย่าทิ้งขยะลงทะเล และหากพบเห็นให้ช่วยกันเก็บขยะ เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีสัตว์ทะเลเสียชีวิตจากขยะ เป็นจำนวนมาก ซึ่งกินเข้าไปมันก่อให้เกิดการอุดตันของลำไส้ทำให้เสียชีวิต จึงขอให้ช่วยกันดูแลรักษา และอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลให้คงความอุดมสมบูรณ์ หากใครพบเห็นการกระทำความผิด หรือสัตว์ทะเลเกยตื้น สามารถแจ้งเบาะแสมายังสายด่วนพิทักษ์ป่าและรักษาทะเล โทร. 1362  ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละพื้นที่เข้าตรวจสอบได้ทันท่วงทีต่อไป

 

ขอขอบคุณที่มา Springnews
 

ข่าวล่าสุด