Dr.J.Haney จากมหาวิทยาลัยกลาสโกว์ (University of Glasgow) เป็นหัวหน้าทีมการศึกษาวิจัยครั้งนี้
ได้ทำการทดลองโดยใช้เซลล์ปอดของมนุษย์ นำมาเลี้ยงในห้องปฏิบัติการ แล้วใส่ไวรัสสองชนิดคือ IAV และ RSV เข้าไป
ผลออกมาเป็นที่น่าตื่นเต้นมากคือไวรัสทั้งสองชนิดนั้นหลอมรวมกันได้ เกิดเป็นไวรัสตัวใหม่ มีรูปร่างแบบต้นปาล์ม โดย RSV เป็นส่วนลำต้น และ IAV เป็นส่วนใบ
ถือว่าเป็นครั้งแรกที่มนุษย์ค้นพบไวรัสหลอมรวมกันหรือไฮบริดกันได้ในระดับเซลล์ และได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารการแพทย์คือ Nature Microbiology
ผลที่ตามมาและน่ากังวลคือ ไวรัสใหม่นี้ มีความสามารถในการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น แม้กระทั่งในคนที่มีภูมิคุ้มกันต่อโรคไข้หวัดใหญ่แล้ว
กล่าวคือไวรัสใหม่ จะใช้ส่วนของ RSV ที่คนยังไม่มีภูมิคุ้มกัน เกาะและพาตัวเองเข้าไปในเซลล์มนุษย์ได้สำเร็จ
ในขณะเดียวกันก็พาไวรัสไข้หวัดใหญ่ (IAV) เข้าไปด้วย ทั้งที่โดยลำพังแล้ว ไวรัสไข้หวัดใหญ่ตัวเดียวจะเข้าไปในเซลล์มนุษย์ที่มีภูมิคุ้มกันต่อโรคไข้หวัดใหญ่แล้วไม่ได้
เปรียบเสมือนม้าโทรจัน (Trojan Horse) ที่นำกองทหารเข้าไปโจมตีในเมืองของข้าศึก โดยที่ข้าศึกไม่รู้ตัว
ก็เช่นเดียวกับไวรัสไฮบริด ที่ไวรัส RSV สามารถนำไวรัสก่อโรคไข้หวัดใหญ่ (IAV) เข้าไปในคนที่มีภูมิคุ้มกันต่อโรคไข้หวัดใหญ่ได้
Dr.S. Griffin นักไวรัสวิทยาของมหาวิทยาลัยลีดส์ (University of Leeds) เชื่อว่าเป็นไปได้ที่ไวรัสใหม่นี้ จะทำให้ผู้ที่ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่จะมีอาการรุนแรงมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้มีอัตราการเสียชีวิตสูงขึ้นได้
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นการค้นพบในระดับเซลล์ของห้องปฏิบัติการ จึงจำเป็นจะต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อพิสูจน์ความเชื่อดังกล่าวต่อไป
ที่ต้องศึกษาเพิ่มเติมต่อไปคือ นอกจากไวรัสสองตัวนี้จะหลอมรวมกันได้แล้ว ไวรัสทางเดินหายใจอื่นๆจะหลอมรวมกันอีกได้หรือไม่
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไวรัสโคโรนาที่ก่อโรคโควิด-19 เพราะถ้าหลอมรวมกับไวรัสอื่นได้ด้วย ก็อาจจะทำให้วัคซีนป้องกันโควิดได้ผลลดลงมากขึ้นไปอีก แล้วก็จะยุ่งยากมากขึ้น อาจจะมากกว่าการที่ไวรัสก่อโรคโควิดกลายพันธุ์ตามธรรมชาติซึ่งมีอยู่แล้วด้วยซ้ำไป