“ภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคกลาง และภาคอีสาน ขณะนี้มีแนวโน้มลดลงและเริ่มคลี่คลายตามลำดับ เนื่องจากไม่มีปริมาณฝนตกเพิ่มเติมในพื้นที่ ซึ่งศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าฯ ภาคกลาง และภาคอีสาน ยังคงวางแผนการบริหารจัดการน้ำ หน่วงน้ำ ชะลอน้ำ และกักเก็บน้ำ รวมถึงการเร่งระบายน้ำในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง ส่งผลให้พื้นที่ประสบอุทกภัยลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยลุ่มเจ้าพระยาล่าสุด พบว่า ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักทุกสถานีมีแนวโน้มลดลง ตั้งแต่แม่น้ำปิง แม่น้ำน่าน แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำสะแกกรัง ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ 17.65 เมตร ปัจจุบันระบายน้ำ 2,221 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำท้ายเขื่อน 15.11 เมตร ลดลง 14 เซนติเมตร (ซม.) ส่วนลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำมูล ระดับน้ำลดลงแต่ยังคงสูงกว่าตลิ่ง โดยที่สถานี M.7 จ.อุบลราชธานี สูงกว่าตลิ่งฝั่ง อ.วารินชำราบ 3.26 เมตร ลดลงจากเมื่อวาน (26 ต.ค.65) 13 ซม. ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าสถานการณ์น้ำจะลดต่ำกว่าตลิ่งตั้งแต่ช่วงกลางเดือน พ.ย.นี้”ดร.สุรสีห์ กล่าว
สำหรับพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมปัจจุบันคงเหลือรวม 29 จังหวัด แบ่งเป็น ภาคเหนือ 4 จังหวัด พิษณุโลก พิจิตร อุทัยธานี และนครสวรรค์ ภาคกลาง 10 จังหวัด สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นครปฐม ชัยนาท นนทบุรี ลพบุรี สุพรรณบุรี และสระบุรี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 12 จังหวัด หนองบัวลำภู ชัยภูมิ มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ขอนแก่น ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ ยโสธร นครราชสีมา และสุรินทร์ ภาคตะวันออก 2 จังหวัด นครนายก ปราจีนบุรี และ ภาคใต้ 1 จังหวัด ได้แก่ จ.สุราษฎร์ธานี