2. ฝนยุคนี้ตกตู้มหนัก น้ำระบายจากในใจกลางเมืองออกอ่าวไม่ทัน น้ำก็ท่วมรอระบายบนถนนออร์ชาร์ด ถนนเศรษฐกิจ คล้ายจตุจักร อโศก สุขุมวิท เวลาน้ำท่วม
สิงคโปร์ รู้ปัญหา จึงสร้าง “แก้มลิงใต้ดิน” ที่ช่วยพักน้ำรอการระบาย จากฝนตกหนัก ไว้ใต้ดิน เก็บพักไว้ใต้ถนนออร์ชาร์ด ตรงนั้นก่อน น้ำยังไม่ต้องเดินทาง
ขณะที่ระบบสูบระบายน้ำ ก็สูบกันไป เป็นการผ่อนหนักเป็นเบา แกัน้ำท่วมได้เบ็ดเสร็จ ถนนแห้งไวมาก ได้ผล
3. สิงคโปร์ยังมีวิสัยทัศน์ ให้ทุกอาคารมีระบบ "แก้มลิงใต้ดิน" ขนาดย่อมของตัวเอง เพื่อช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่นั้น เช่น โครงการ "Urban Water Harvesting System (UWHS)" หรือ "ระบบแก้มลิงในเมืองใต้อาคาร" ที่กักเก็บน้ำจากตอนฝนตก ส่วนหนึ่งระบบลงระบบระบายน้ำสาธารณะ อีกส่วนทางอาคาร หรือ หมู่บ้านนำมา บำบัดเป็นน้ำใช้ นอกจากประหยัดค่าน้ำประปาแล้วยังช่วยในเรื่องของการลดการระบายน้ำลงสู่ระบบระบายน้ำสาธารณะอีกด้วย
4. การใช้เครื่องสูบน้ำไฟฟ้าอัตโนมัติ ไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่มาเปิดปิด ไม่ทันการณ์ และควบคุมการเปิดปิดประตูน้ำอัตโนมัติ สูบน้ำทันที อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่สูบย้อนไปย้อนมา และสัมพันธ์กับการเปิดปิดประตูระบายน้ำ ทุกช่วงเวลา คุ้มค่า
สิงคโปร์นั้นถือว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีตัวอย่างที่มีความตั้งใจพัฒนาการป้องกันน้ำท่วมที่เป็นรูปธรรม และสามารถใช้ได้จริง อีกทั้งยังมีวิสัยทัศน์ในการที่จะพัฒนาระบบป้องกันน้ำท่วมทั้งในปัจจุบันและอนาคต
การมองเห็น "ความสำคัญ" ของการป้องกันน้ำท่วม ตั้งแต่สมัยก่อตั้งประเทศ มาจนถึงปัจจุบัน เพราะ สิงคโปร์ นั้นเป็นรู้ตัวว่า ตนเองอยู่ในประเทศที่อยู่ในเขตร้อนชื้น มีโอกาสเกิดพายุหรือฝนตกหนักค่อนข้างมากทำให้เกิดน้ำท่วมมาก่อน แต่ละครั้งนั้นสร้างผลกระทบอย่างมาก ต่อการเดินทาง เศรษฐกิจ และทรัพย์สินของพลเมืองในประเทศ ทำให้ต้องหาวิธีการที่จะเอาชนะปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากให้ได้
การเรียนรู้ จากตัวอย่างเมืองเพื่อนบ้าน ที่เคยประสบภัยน้ำท่วมแบกรุงเทพ อย่างน้อยเราได้มีกำลังใจว่า ปัญหาน้ำท่วม แกัได้จริงๆ
ขอขอบคุณที่มา : เพจ เอ้ สุชัชวีร์