“สถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นทั่วโลก ก็ไม่เป็นไร หลังจากนี้ต้องมีหน่วยเคลื่อนที่เร็วมากขึ้น และการระบายน้ำมาลงคลองก็ต้องมีประสิทธิภาพ เพราะคงจะรออุโมงค์ระบายน้ำอย่างเดียวไม่ได้ เนื่องจากต้องใช้งบประมาณเยอะ ดังนั้นจึงต้องเร่งระบายน้ำ ทำให้คลองเข้มแข็งขึ้นในระยะยาวด้วย” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวและบอกด้วยว่า
น้ำท่วมในปีนี้แตกต่างจากน้ำท่วมปี 54 เพราะตอนนั้นที่ท่วมเป็นน้ำเหนือที่ปล่อยลงมา แต่ตอนนี้กรุงเทพฯเจอกับน้ำฝนมากกว่า ส่วนการระบายน้ำสามารถระบายได้สามทาง คือ ทางที่หนึ่งระบายน้ำออกทางเหนือ ลงสถานีสูบน้ำคลองเปรมใต้ ลงคลองรังสิต ทางด้านตะวันตก สถานีสูบน้ำกรมชลฯ ผ่านคลองบ้านใหม่ บางเขน บางชื่อ สามเสน ลงแม่น้ำเจ้าพระยา ด้านใต้ ผ่านคลองผดุงกรุงเกษม
ผู้สื่อข่าวถามว่า ความรู้สึกตอนเป็นประชาชนเมื่อถูกน้ำท่วม กับความรู้สึกตอนเป็นผู้ว่าฯ กทม.ต่างกันอย่างไร นายชัชชาติ กล่าวว่า ตอนเป็นประชาชนเวลาน้ำท่วมก็จะห่วงแค่บ้านตัวเอง แต่พอมาเป็นผู้ว่าฯ กทม.เป็นห่วงทุกคนเป็นห่วงกรุงเทพฯ เรามีความรับผิดชอบกว้างขึ้น ความรู้สึกเป็นห่วงก็มากขึ้นและอยากช่วยแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด
จากนั้น ผู้ว่าฯ กทม. ได้ลงพื้นที่ต่อเพื่อตรวจระดับน้ำ และการระบายน้ำในคลองเปรมประชากร