หลังจากนั้นสามวัน โฮ่วยี่ ได้พาเหล่าลูกศิษย์ออกไปล่าสัตว์ แต่เผิงเหมิงแกล้งป่วย จึงทำเป็นนอนรักษาตัวอยู่ในบ้าน เมื่อได้โอกาส เผิงเหมิงจึงควงกระบี่ขู่บังคับให้ฉางเอ๋อมอบยาให้เขา ฉางเอ๋อรู้ว่าตนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเผิงเหมิง จึงหยิบยาออกมา แต่ฉวยจังหวะในเสี้ยววินาทีเอายาเข้าปากกลืนจนหมดสิ้น จากนั้น ร่างของฉางเอ๋อก็ลอยเหนือพื้นดิน และเหาะออกหน้าต่าง เหินฟ้าสู่สวรรค์ไป แต่เนื่องจากยังเป็นห่วงสามี จึงเหาะไปเป็นเซียนในโลกพระจันทร์ เนื่องจากอยู่ใกล้โลกมนุษย์มากที่สุด
ค่ำคืนนั้น เมื่อโฮ่วยี่กลับจากการล่าสัตว์ สาวใช้ร้องห่มร้องไห้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อตอนกลางวันให้ฟัง โฮ่วยี่ทั้งเจ็บแค้นทั้งโศกเศร้า แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เนื่องจากเผิงเหมิงหนีไปไกลแล้ว ก็ได้แต่นั่งร้องไห้พร้อมกับแหงนหน้าตะโกนเรียกชื่อภรรยาตัวเอง ทันใดนั้น เขาก็สังเกตเห็นพระจันทร์ในคืนนี้สดสกาวและสว่างกว่าทุกคืนที่ผ่าน ๆ มา และยังสังเกตเห็นเงาเคลื่อนไหวในพระจันทร์ซึ่งดูเหมือนรูปร่าง
ของฉางเอ๋อ
เมื่อชาวบ้านได้ยินเรื่องราวของฉางเอ๋อกลายเป็นเซียนบนพระจันทร์ ต่างก็จัดขนม เซ่นไหว้พร้อมจุดธูปกราบไหว้ขอพรจากฉางเอ๋อผู้ซึ่งมีความเมตตาให้คุ้มครองชีวิตมี ความสงบสุข จึงเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานเทศกาลไหว้พระจันทร์ตั้งแต่นั้นมาจะเห็นว่า ตำนานของฉางเอ๋อข้างต้นนั้น เมื่อเทียบกับตำนานฉบับดั้งเดิมมันช่างแตกต่างกันเหลือเกิน ตำนานข้างต้นได้ผ่านการปรุงแต่งเติมสีสัน ให้เรื่องราวของฉาง เอ๋อเป็นเรื่องสวยงาม เพื่อให้เข้ากับความงามของแสงจันทร์ในค่ำคืนนั้น และให้มีความเหมาะสมกับทัศนคติของผู้รับสื่อในยุคนั้นๆ อย่างไรก็ตาม เรื่องราวจะเป็นอย่างไรคงไม่สำคัญเท่ากับจิตวิญญาณของเทศกาลมากไปกว่าใช้เทศกาลเพื่อการค้าขายขนมไหว้พระจันทร์ เหมือนอย่างเทศกาลของฝรั่งอย่าง ฮาโลวีน หรือวาเลนไทน์ เป็นต้น
...
เปิดตำนาน ประวัติวันไหว้พระจันทร์
พี่น้องชาวจีนแต่โบราณ..ให้ความสำคัญในเรื่องใดบ้าง?
ในความจริง ชาวจีน มีความเลื่อมใสศรัทธาต่อพระจันทร์มาแต่โบราณกาล ยิ่งกว่าพระอาทิตย์ การนับปฏิทินก็นับโดยอาศัยดวงจันทร์เป็นเกณฑ์ ดังที่เรียกว่า จันทรคติ การเพาะปลูก และการเกิดน้ำขึ้นน้ำลง ชาวจีนโบราณจะอาศัยดูจากดวงจันทร์ เพื่อให้เหมาะสมในการทำนาทำไร่ ซึ่งต้องอาศัยเป็นหลักรวมความว่า ชาวจีนแต่โบราณให้ความสำคัญทางด้านจิตใจต่อดวงจันทร์มาก ในเรื่องต่างๆ ดังต่อไปนี้
1. การทำนา-ไร่
2. การเพาะปลูกพืชต่าง ๆ
3. การเจริญเติบโตของพืช
4. การเพาะชำพืช
5. การดูปริมาณน้ำขึ้น-น้ำลง
ดังนั้น จึงมองเห็นว่าดวงจันทร์มีคุณต่อมนุษยชาติมาก ทั้งมีแสงสว่างร่มเย็น สบายตา น่าสดชื่นรื่นรมย์เป็นอย่างมาก อากาศกำลังดี ไม่ร้อนไม่หนาว
...
ช่วงเวลาการเซ่นไหว้
วันทำพิธีเซ่นไหว้ จะเริ่มจัดแต่งโต๊ะวางข้าวของบริเวณกลางแจ้ง ที่พอจะมองเห็นดวงจันทร์ได้เต็มดวง และวันนั้นก็คือเย็นวันเพ็ญพระจันทร์เต็มดวง ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 (ของจีน ซึ่งตรงกับเดือน 10 ของไทย) เจ้าภาพจะนำเอาต้นอ้อย 2 ต้นมาซุ้มประตู โดยเอายอดอ้อยทั้งสองโค้งเข้าหากัน แล้วมีการประดับประดาให้ดูสวย ๆ งาม ๆ ตามใจชอบ สิ่งของที่เซ่นไหว้ พอกะว่าแลเห็นพระจันทร์เต็มดวงโผล่ขึ้นมาให้เห็นแล้ว ก็จะเริ่มพิธีเซ่นไหว้ มีการจุดธูปและตามโคมไฟด้วย คืนนี้จะเป็นคืนที่ลูกหลานชาวจีนจะออกมาชมพระจันทร์แห่งฤดูใบไม้ร่วงกันถ้วนหน้า แต่ปัจจุบันตั้งแต่ฝรั่งต่างแดนได้ขึ้นไปเหยียบบนดวงจันทร์แล้ว การเซ่นไหว้พระจันทร์ ที่เคยยึดมั่นถือมั่นมาแต่โบราณค่อยๆ ลดความสำคัญลงไปอย่างมาก
(อ้างอิงที่มาข้อมูล : จิตรา ก่อนันทเกียรติ. 2540. ตึ่งหนั่งเกี้ย. พิมพ์ครั้งที่ 9. กรุงเทพฯ: แพรว)
ของไหว้ประกอบไปด้วย
1. น้ำชาหรือใบชา 4 ถ้วย
2. อาหารเจ 4 อย่าง เช่น วุ้นเส้น, ดอกไม้จีน, เห็ดหูหนู, เห็ดหอม, ฟองเต้าหู้ เป็นต้น
3. ขนมหวาน 4 อย่าง เช่น ขนมไหว้พระจันทร์ ขนมเปี้ยะ สาคูแดง 4 ถ้วย ขนมโก๋สีขาว
4. ผลไม้ 4 อย่าง ควรเป็นผลไม้ที่เป็นมงคล เช่น
• ทับทิม ที่มีเมล็ดมากมาย หมายถึง การมีลูกเต็มบ้าน หลานเต็มเมือง
• แอปเปิ้ล หมายถึง ความสงบสุข สันติ
• ส้มโอ หัวเผือก
• องุ่น หมายถึง มีแต่ความเพิ่มพูน
• ส้ม หมายถึง เป็นสิ่งมหามงคล
• สาลี่ หมายถึง มีแต่เรื่องดีๆ สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต
จากนั้นนำขอทั้งหมดมาจัดวาง เริ่มจากการตั้งโต๊ะ มีซุ้มประตูที่ทำจากต้นอ้อยผูกโคมไฟไว้กับต้นอ้อยให้สวยงาม วางกระถางธูป เทียนไว้ด้านหน้าสุด ดอกไม้วางไว้สองข้าง ผลไม้จัดตามความสวยงาม ส่วนขนมไหว้พระจันทร์ที่จัดเรียงเป็นชั้น วางขนมโก๋ และขนมหวานต่างๆ รอบโต๊ะวางประดับประดาด้วยกระดาษลวดลายที่มี อย่างไรก็ดีการจัดตั้งโต๊ะนั้นไม่ตายตัวเสมอไป แล้วแต่ใครมีวิธีการที่ต่างกันไปเน้นความสวยงามเป็นหลัก จากนั้นก็ไหว้อธิษฐานขอพรต่อพระจันทร์
เปิดบทสวดไถ่อิมแชกุงเสี่ยเก็ง “พระคัมภีร์แม่พระจันทร์”
ไถ่ อิม ผ่อ สัก เฮี่ยง ตัง ไล๊
โชย เต๊ง ตี่ เง็ก กิ๋ว เต่ง ไค
จับ บ่วง โป้ย โซย จู ผ่อ สัก
จู ฮุก ผ่อ สัก เหลียง เปียง ไป๊
จู จุง ฮุก เก่ง บ่อ ฮุ๊ง ตี่
ฉุก จุ้ย โน๊ย ฮวย หมั๋ว ตี่ ไค
ท้าว ตั่ว ฉีก จั๊ง จู ป้อ ถะ
พั๊ว ซอ สี่ ไก่ งั้ง กวง เม็ง
เจก ฮุก ป่อ ตับ ที ตี่ อึง
หยี่ ฮุกป่อ ตับ แป๋ บ้อ อึง
ต่อ แซ แป่ บ้อ เจ็ง ฮก ซิ่ว
ก่วย สี่ แป่ บ้อ จ๋า เถี่ยว แซ
นำ มอ ฮุก นำ มอ หวบ
นำ มอ ออ นี ถ่อ ฮุก
ที ล๊อ ซี๊ง ตี่ หล่อ ซี๊ง
นั๊ง หลี่ หลั่ง หลั่ง หลี่ ซิง
เจก เฉียก ใจ เอียง ฮ่วย อุ่ย ติ๊ง
อู่ หนั่ง เนี่ยม ติ๊ก ฉีก เพียง ไถ่ อิม เก็ง
แซ ซี่ ปุก ตะ ตี่ เง็ก มึ๊ง
เคล็ดดีๆ
ถ้าหากใครที่ไม่สะดวกจะเตรียมของมากมายดังที่กล่าวไว้ สามารถใช้เพียง “ขนมไหว้พระจันทร์”หรือ ขนมอื่นๆ ร่วมด้วย แต่ต้องเป็น “ขนมรูปทรงกลม” รวมไปถึงของใช้ที่จำเป็นสำหรับผู้หญิง และโหลหรือชามใส่น้ำตั้งเอาไว้ เพื่อให้เป็นแสงสะท้อนจากเงาจันทร์เสมือนว่าเราได้ “อาบแสงจันทร์”เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ไหว้นั่นเอง
และสุดท้าย สิ่งที่หลายๆ คนหรือหลายๆ ครอบครัวจะได้จากการไหว้ใน วันไหว้พระจันทร์ ก็คือสมาชิกในครอบครัวได้มาอยู่พร้อมหน้ากันเพราะวันดีๆ แบบนี้จะมีเพียงปีละครั้ง นอกจากนี้ยังจะได้รับประทานอาหารพร้อมหน้ากันภายใต้พระจันทร์เต็มดวง อันเป็นการนำความสุขสมบูรณ์มาสู่สมาชิกครอบครัวได้เป็นอย่างดี นับว่ามีคุณค่าแก่การสืบทอดและเผยแพร่ตลอดไป
อาจารย์ คฑา ชินบัญชร กล่าวว่า
"ชาวจีนจะนิยม ไหว้พระจันทร์ อธิษฐานจิตขอพร และนำสมาชิกในบ้านมาจิบน้ำชาชมจันทร์ด้วยกัน แน่นอนว่าสิ่งที่จะต้องมีก็คือ ขนมไหว้พระจันทร์ น้ำชาหรือว่าแต๊ รวมไปถึงนำกระจกเงา หวี เครื่องสำอาง รวมไปถึงเครื่องประทินผิวต่างๆ นำมาไหว้พระจันทร์ เพื่อรับพลังจากพระจันทร์ด้วย บางท่านก็จะมีน้ำ 1 ชาม เพื่อให้แสงจันทร์นั้นสะท้อนลงไปที่น้ำ ก่อให้เกิดพลังของพระจันทร์ขึ้น จะจุดธูป 3 ดอก 5 ดอก ก็แล้วแต่บางบ้าน แล้วแต่ความเชื่อถือ โดย ไหว้พระจันทร์ หลัง 19.00 น. เป็นต้นไป หันหน้าไปทางทิศที่พระจันทร์ขึ้น หลังจากไหว้เสร็จให้นำของไหว้นั้นมารับประทานเพื่อความเป็นสิริมงคล"
"เคล็ดดีๆ ในการไหว้พระจันทร์ หลัง 19.00 น. เป็นต้นไป หันหน้าไปทางทิศที่พระจันทร์ขึ้น หลังจากไหว้เสร็จให้นำของไหว้นั้นมารับประทานเพื่อความเป็นสิริมงคล แต่สิ่งสำคัญอย่าลืมเลย นั่นก็คือ ขนมไหว้พระจันทร์ ที่เป็นรูปทรงกลม"
"บางท่านก็จะมี เจฉ่ายไหว้ด้วย หรืออาจจะทำเต็มพิธีโดยมีต้นอ้อยสานกันเป็นซุ้ม รวมถึงมีโคมแดงตามรูปแบบของสิงคโปร์ ที่ฮ่องกงก็จะมีการเฉลิมฉลองแล้วก็ร่ายรำ ในรูปแบบที่จักรพรรดิหรือว่าองค์ฮ่องเต้ได้ทรงสุบิน ฝันถึงฉางเอ๋อ เห็นฉางเอ๋อร่ายรำอยู่บนดวงจันทร์นั่นเอง แต่สิ่งสำคัญอย่าลืมเลย นั่นก็คือ ขนมไหว้พระจันทร์ ที่เป็นรูปทรงกลม"
เผยความลับ (เคล็ดลับ) ไหว้พระจันทร์
• ให้ผู้หญิงเป็นผู้นำไหว้คนแรก อาจจะเป็น คุณแม่ คุณย่า คุณยาย หรือว่าจะเป็นพี่สาวคนโต ถือเป็นการให้เกียรติผู้หญิงที่เป็นไท้อิม หรือว่าพลังของพระจันทร์หรือดวงจันทร์นั่นเอง
• เกล้าผม เพื่อที่จะให้ท้ายทอยนั้นรับพลังจากแสงจันทร์ ท้ายทอยนั้นคือเนินไท้อิมหรือว่าเนินพระจันทร์ ส่วนเนินอาทิตย์ก็คือหน้าผาก
เอาใจสายมู เปิดคาถาบูชาพระจันทร์
โอม จันทรา ศศิประภา นะมาฮา
นำมอ ไท้อิม ผ่อสัก ม่อฮอสัก
นำมอ ไท้อิม ผู่สัก เฮี้ยงตั่งไล้
ขอบารมีองค์จันทราเทพ จันทราเทวี
ผู้ให้แสงสว่างในยามราตรี
ผู้ประทานความสุขสงบร่มเย็น
ความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ และความรักที่มั่นคง
ได้โปรดดลบันดาลประทานความสงบร่มเย็น
ความรักที่มั่นคง ความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์
ให้แก่...(กล่าวชื่อ)
..
เทศกาลวันไหว้พระจันทร์ 15 ค่ำ เดือน8 ของทุกๆ ปี ซึ่งจะอยู่ระหว่างเดือนกันยายน-ตุลาคมของทุกปี หรือที่คนจีน หรือ คนไทยเชื้อสายจีน เรียกวันนี้ว่า "วันไหว้พระจันทร์" ซึ่งเป็นเทศกาลที่สืบทอดมายาวนานและกลายเป็นวัฒนธรรมร่วมสมัยในปัจจุบันนี้ เทศกาลไหว้พระจันทร์ ในปีนี้ ตรงกับวันที่ 10 กันยายน2565 ซึ่งหลายคนอาจเตรียมตัว ตระเตรียมของไหว้ไว้สำหรับขอพรจากพระจันทร์ สิ่งหนึ่งที่ถือเป็นไฮไลน์ของการไหว้พระจันทร์ นั้นคือ "ขนมไหว้พระจันทร์" ที่ต้องมีในพิธีไหว้พระจันทร์
สำหรับการไหว้พระจันทร์นั้น จะต้องประกอบไปด้วยของไหว้ดังต่อไปนี้
• ธูป 3-5 ดอก
• เทียนแดง 1 คู่
• ขนมไหว้พระจันทร์
• น้ำชา
• กระจกเงา
• หวี
• เครื่องสำอาง
• เครื่องประทินผิว
วิธีการไหว้
• เวลา 19.00 น.เป็นต้นไป หันหน้าทางทิศที่พระจันทร์ขึ้น จุดธูป 3-5 ดอก เทียนแดง 1 คู่ ถวายของไหว้ อธิฐานขอพร
เมื่อเตรียมตัว เตรียมใจ และเตรียมของไหว้พร้อมสรรพแล้ว สำหรับการขอพร สิ่งต่อมาคือ “บทสวด” ที่เราต้องกล่าว เวลาไหว้พระจันทร์คือเวลาเวลา 19.00 น. หรือ ช่วงที่พระจันทร์เริ่มขึ้น โดยหันหน้าทางทิศที่พระจันทร์ขึ้น ดังนี้
• โอมจันทรา ศศิประภา นะมะฮา
• นะโม ไท้อิม ผู่สัก ม่อ ฮ่อ สัก
• ขอบารมีแห่งองค์จันทราเทพ เทพจันทราเทวี ได้โปรดดลบันดาลประทานความสงบสุขร่มเย็นความรักที่มั่นคง ความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์แก่ครอบครัวด้วยเทอญ.
ทบทวนอีกสักครั้ง กับ ความหมายของไส้ขนมไหว้พระจันทร์
1. ไข่แดง หมายถึง พระจันทร์
2. เม็ดบัว หมายถึง สัญลักษณ์ของจิตใจบริสุทธิ์ อายุที่ยืนยาว ความอ่อนน้อมถ่อมตน และความสงบสุข
3. ลูกพลัม หมายถึง สัญลักษณ์ของความกล้าหาญและความหวัง เหมือนดอกพลัมที่ชูช่อในฤดูหนาว
4. ธัญพืช สัญลักษณ์ของโชคลาภ และความอุดมสมบูรณ์
5. เกาลัด หมายถึง ลูกชาย และสิ่งอันเป็นที่รัก
อาจารย์คฑา ชินบัญชร กล่าวทิ้งท้ายอวยพร ในช่วงรับเทศกาล “วันไหว้พระจันทร์” ว่า
“ขอให้ทุกท่านโชคดีมีความสุข และประสบความสำเร็จ สุขสันต์วันไหว้พระจันทร์ครับ”
ขอขอบคุณที่มา เพจ อ.คฑา