ทั้งนี้ ความคืบหน้าการป้องกันแนวฟันหลอริมเจ้าพระยาในพื้นที่กรุงเทพฯ รวม 76 จุด ได้เรียงกระสอบทราบตลอดแนวแล้ว 97% เหลือ 3% ในการเสริมแนวเขื่อนให้สูงขึ้น สำหรับสถานการณ์น้ำปัจจุบัน น้ำเหนือที่ไหลผ่านกทม. อยู่ประมาณ 1,400 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำเฝ้าระวังที่ปากคลองตลาด วานนี้อยู่ที่ 1.86 เมตร ยังอยู่ในระดับที่เขื่อนควบคุมได้ โดยในปีนี้ระดับน้ำที่ปากคลองตลาดจะอยู่ที่ 2.08 เมตร ซึ่งยังไม่ถึงจุดวิกฤต ปัญหาคือ น้ำที่รั่วจากจุดรอยต่อที่เป็นตะเข็บหรือจุดอ่อนที่รั่วผ่านช่องระบายน้ำอื่นขึ้นมา ก็พยายามดูแลภาพรวม ต้องติดตามสถานการณ์โลก เรื่องน้ำก็น่ากลัว ภาวะโลกร้อนที่ทำให้เกิดฝนที่ไม่คาดคิดในหลายพื้นที่ เราก็พยายามเตรียมรับมือไว้ ทั้งการทำเขื่อนและการระบายน้ำ คงต้องช่วยกัน
สำหรับพื้นที่ฝั่งธนบุรีไม่น่าเป็นห่วง ได้มีการขุดลอกคลองไว้ค่อนข้างดี มีแค่คลองทวีวัฒนาที่มีจุดคอขวด ด้านฝั่งตะวันออกที่กังวลคือปริมาณน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งจะมีผลกับคลองประเวศบุรีรมย์ และคลองแสนแสบ อาจต้องขอเรือผลักดันน้ำจากกองทัพไปช่วยด้วย โดยทางสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติรายงาน ในช่วง 4-5 วันนี้ฝนจะเบาลง จะเร่งระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ขออย่าตะหนกกังวลมาก ฝนจะเว้นช่วงไปจนถึงวันที่ 3 กันยายน จึงต้องเร่งระบายน้ำออกเพื่อระบายน้ำจากพื้นที่ตอนบน เป็นการทำงานกันอย่างบูรณาการไร้รอยต่อทุกหน่วยงาน กทม.เป็นหนึ่งในฟันเฟืองที่ช่วยกันแก้ปัญหา
“หลักการคือเราดูแลชุมชนใกล้เคียง หน่วยไหนใกล้ก็ดูแลชุมชนด้วย สุดท้ายก็จะเห็นภาพต่อรวมกันทั้งกรุงเทพฯได้ ต้องขอบคุณกองทัพและทุกหน่วยที่ร่วมมือกัน เชื่อว่าการร่วมมือกันจะทำให้ประชาชนมั่นใจและอุ่นใจมากขึ้น ที่ทุกคนร่วมมือกันโดยเอาพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าว