เนชั่นทีวี

ข่าว

"บิ๊กป้อม" สั่งเร่งช่วยปชช.น้ำท่วม กำชับระบายน้ำเหนือออกสู่ทะเลโดยเร็ว

26 ส.ค. 2565 | tinakit_rat

"บิ๊กป้อม" สั่งเร่งช่วยปชช.น้ำท่วม กำชับระบายน้ำเหนือออกสู่ทะเลโดยเร็ว

"บิ๊กป้อม" ห่วงประชาชนรับผลกระทบน้ำท่วม สั่งหน่วยงานช่วยเหลือโดยเร็ว กำชับ กอนช. วางแผนเร่งระบายน้ำเหนือออกสู่ทะเล ด้าน "ดร.สุรสีห์ " ชี้ จ่อพร่องน้ำเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น รับมรสุมช่วง ก.ย. พร้อมแจ้งเตือนล่วงหน้า

26 สิงหาคม 2565 พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เป็นประธานการประชุม กอนช. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)  สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ที่ทำเนียบรัฐบาล

 

"บิ๊กป้อม" สั่งเร่งช่วยปชช.น้ำท่วม กำชับระบายน้ำเหนือออกสู่ทะเลโดยเร็ว

 

โดยสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ในช่วงฤดูฝนในปีนี้ ที่มีปริมาณฝนมากและมีโอกาสที่จะเกิดปัญหาอุทกภัยในบางพื้นที่ได้ พร้อมทั้งให้ดำเนินงานตามมาตรการที่วางแผนไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างทั่วถึง ซึ่งที่ประชุม กอนช. เห็นชอบโครงสร้างและรูปแบบการดำเนินการของศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่ต่างๆ เพื่อให้สามารถปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์ และเห็นผลเป็นรูปธรรม โดยได้กำหนดกรอบโครงสร้างการปฏิบัติงานตามภารกิจของหน่วยงานที่รับผิดชอบเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1  ส่วนอำนวยการ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ประเมินสถานการณ์ และแจ้งเตือนภัย พร้อมทั้งรายงานและเสนอความเห็นต่อผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้า

"บิ๊กป้อม" สั่งเร่งช่วยปชช.น้ำท่วม กำชับระบายน้ำเหนือออกสู่ทะเลโดยเร็ว

 

กลุ่มที่ 2 ส่วนปฏิบัติการ/เผชิญเหตุ เพื่อประสานงานและบูรณาการข้อมูลในการเตรียมความพร้อมทั้งสรรพกำลัง เครื่องมืออุปกรณ์ แผนปฏิบัติการ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย

 

กลุ่มที่ 3 ส่วนสนับสนุน การปฏิบัติงานด้านการสื่อสาร การประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร การแจ้งเตือนและระบบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปัญหาอุทกภัย

 

พลเอก ประวิตร ยังเน้นย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือตามกรอบโครงสร้างและรูปแบบการดำเนินการตั้งศูนย์ส่วนหน้าในพื้นที่ 4 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ โดยเฉพาะในระยะนี้ต้องติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นพิเศษ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัย ได้กำชับให้มีแผนเผชิญเหตุ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ได้ทันท่วงที

พร้อมทั้งให้ปรับอำนาจหน้าที่ให้หน่วยงานและภาคเอกชนที่ไม่ได้อยู่ในศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าฯ สามารถเข้ามาบูรณาการการทำงานร่วมกันได้ ส่วนเกณฑ์การพิจารณาว่าจะตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในแต่ละพื้นที่นั้น ให้พิจารณาจากการคาดการณ์สภาพอากาศ การคาดการณ์ปริมาณน้ำฝน การคาดการณ์ปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ และการคาดการณ์ปริมาณน้ำท่าในลำน้ำต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประเมินล่วงหน้าว่ามวลน้ำที่เกิดผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่

 

ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล

 

ด้านดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) กล่าวว่า ปัจจุบันปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยามีแนวโน้มทรงตัวและลดลง โดยกรมชลประทานมีการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 1,500 ลบ.ม. ต่อวินาที อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกเพิ่มมากขึ้นในช่วงเดือน ก.ย. 65 จากร่องมรสุมที่จะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศลาวตอนบนและเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น

 

อาจส่งผลให้มีฝนตกเกิดน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยาไหลลงเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ในอัตราเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับน้ำหลาก จึงขอให้กรมชลประทานพิจารณาพร่องระดับน้ำหน้าเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อให้มีพื้นที่รองรับน้ำหลากและหน่วงชะลอน้ำ โดยพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ กอนช. สั่งการให้ กอนช. ประเมินสถานการณ์น้ำและติดตามการบริหารจัดการน้ำอย่างใกล้ชิด และเน้นย้ำให้มีการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนในการเตรียมรับมือล่วงหน้าหากจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำ

 

“พลเอก ประวิตร  มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก จึงสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสูบน้ำท่วมขังออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำโดยเร็วที่สุด พร้อมกำชับให้ปฏิบัติตามมาตรการเตรียมความพร้อมในการรับมืออุทกภัย ทั้งการกำหนดพื้นที่เฝ้าระวัง กำหนดเจ้าหน้าที่รับผิดชอบ พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง รวมไปถึงการเตรียมความพร้อมด้านเครื่องจักร เครื่องมือ ประจำพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ทันที และในกรณีที่จำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำ ให้กรมชลประทานดำเนินการแจ้งเตือนจังหวัดในพื้นที่ท้ายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมประชาสัมพันธ์ข้อมูล แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำ ขณะเดียวกัน กรมชลประทานยังเร่งดำเนินการพร่องน้ำในคลองชลประทานต่าง ๆ ในเขตพื้นที่ชลประทาน ให้เกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวได้แล้วเสร็จ เพื่อเตรียมการหากจำเป็นต้องใช้พื้นที่ลุ่มต่ำเป็นทุ่งรับน้ำหลากในช่วงตั้งแต่กลางเดือนกันยายนนี้” ดร.สุรสีห์ กล่าว

 

ดร.สุรสีห์ ยังได้กล่าวถึงเกณฑ์การบริหารจัดการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา ในกรณีที่มีการระบายน้ำ และอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมด้านท้ายน้ำหรือเหนือน้ำว่า คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ได้กำหนดให้หน่วยงานขออนุญาตต่อคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ล่วงหน้า 3 วัน เพื่อพิจารณาเห็นชอบ หากเป็นกรณีฉุกเฉินให้ขออนุญาตประธานคณะอนุกรรมการฯ พิจารณาเห็นชอบและให้รายงานคณะอนุกรรมการฯ ในโอกาสแรก อีกทั้งในการอนุญาตนั้น กำหนดให้มีการปรับเพิ่มปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาแบบขั้นบันได และต้องบริหารจัดการน้ำและควบคุมปริมาณการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าวอย่างเต็มศักยภาพของพื้นที่ เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนและพื้นที่การเกษตร

 

"บิ๊กป้อม" สั่งเร่งช่วยปชช.น้ำท่วม กำชับระบายน้ำเหนือออกสู่ทะเลโดยเร็ว

ข่าวล่าสุด