ผมขอตั้งข้อสังเกตที่ รฟม.ควรนำมาพิจารณาให้ได้ความชัดเจนก่อนการจ่ายค่าเสียหายดังกล่าว ซึ่งเป็นการนำเงินภาษีของประชาชนและเงินของรัฐไปใช้จ่ายในการชดใช้ค่าเสียหาย จึงควรกระทำด้วยความรอบคอบ ดังนี้
ภาครัฐได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้วหรือยัง ว่าเกิดขึ้นเพราะสาเหตุใด เป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นจากฝ่ายผู้รับจ้าง หรือเกิดขึ้นจากสาเหตุใด เพราะหากตั้งสมมติฐานโดยพิจารณาจากสัญญาจ้างก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ แล้ว
หากความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นเพราะความผิดของผู้รับจ้าง ลูกจ้าง บริวารของผู้รับจ้าง หรือผู้รับจ้างช่วงของผู้รับจ้างแล้ว ตามสัญญาจ้างก่อสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องเข้ามาเป็นผู้รับผิดชอบในการชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น แทน รฟม. และจะต้องดำเนินการให้ รฟม. ตลอดจนลูกจ้าง และพนักงานของ รฟม. พ้นจากบรรดาความรับผิด และความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้น
ดังนั้น หากผลการตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้น ข้อเท็จจริงปรากฏชัดเจนว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นเพราะความผิดของฝ่ายผู้รับจ้าง รฟม. จึงไม่มีหน้าที่ต้องชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด แต่เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างที่ต้องเข้ามารับผิดชอบในการชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นแทน รฟม. และผู้รับจ้างมีหน้าที่ต้องดำเนินการให้ รฟม. พ้นจากความรับผิดและการชดใช้ค่าเสียหายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นด้วย
นอกจากนี้ ตามสัญญาจ้างก่อสร้างของภาครัฐปกติแล้วจะกำหนดให้ผู้รับจ้างต้องทำการประกันภัยครอบคลุมความเสี่ยงภัยทุกชนิด และความรับผิดต่อบุคคลภายนอก รวมทั้งความเสียหายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการทำงานก่อสร้างของผู้รับจ้างตามวงเงินที่กำหนดไว้ในสัญญา หากมีความเสียหายเกิดขึ้นจากการทำงานก่อสร้างของผู้รับจ้าง ก็จะมีบริษัทผู้รับประกันภัยเข้ามารับผิดในการชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย
ภาพและข้อมูลจากเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว Thanakrit Vorathanatchakul