2.วาระกลับเเผ่นดินเกิดของทักษิณ ชินวัตร ที่หนีคดีไป 17 ปี เเม้ "พิณทองทา" เเละ "เเพทองธาร ชินวัตร" ยืนยันว่า รอบนี้ "คนเเดนไกล" กลับบ้านเกิดเเน่นอน เเบบไม่มีเหตุเลื่อน โดย "ทักษิณ" จะกลับมารับโทษเเละเลี้ยงหลานๆ
ความผิดของ"ทักษิณ"ที่ตัองรับโทษใน 3 คดี ที่ตัดสินไปเเล้วว่า"ทักษิณ" ผิด โดยมีโทษรวมสิบปีนั้น ชวนให้พินิจ "ทักษิณ"จะยอมรับผิดง่ายๆ เชียวหรือ เเละหลักการขอพระราชทานอภัยโทษก็มีขั้นตอนอย่างชัดเจน
ดังนั้น อาจไม่ใช่เรื่องง่าย ดังคำพูดที่"ชินวัตรเเฟมิลี่" ระบุ เรื่องนีั มา 21 คร้้งเเล้ว ประการสำคัญ วาระการกลับบ้านรอบล่าสุด เป็นหัวข้อที่ถูกโยนออกมาในช่วงเดียวกับการลงมติเลือกสร.1เเบบลงล็อก
เเม้"เพื่อไทย"จะบอกว่า กรณีการกลับบ้านเกิด ของ"โทนี วู้ดซัม" เป็นการตัดสินใจของครอบครัวชินวัตรล้วนๆ "เพื่อไทย"ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เเต่สังคมไม่น่าจะเชื่อใจเเบบเต็มร้อยกับสองเหตุการณ์นี้ที่ร้อยเรียงเเบบเข้ากันพอดิบพอดี
เเว่วว่า"คนเเดนไกล"ตอนนี้อยู่ละเเวกอาเซียนรอเพียงว่า
1) การดีลของ"พท."กับพรรคการเมืองต่างๆ ลงตัว ในเรื่องเก้าอี้ ครม.หรือไม่
2) การขอเสียงสว.ทะลุ 60 คนขี้นไป เจรจาลงตัวหรือไม่เเละเเผนสำรองในการขอเเต้มจากสส.พรรคสีส้มในจำนวน 60 คนขึ้นไปต้องงัดมาใช้หรือไม่เเละต้องเเลกกับอะไรบ้าง...
เเต่หากอ่านผลลัพธ์ ของสมการ 1) เเละ 2) ข้างต้น บอกตรงๆ เหนื่อย เพราะหากหวังผล100เปอร์เซ็นต์ โดยที่"คนเเดนไกล" ต้องการสมหวังทั้งสองข้อในคราวเดียว
แต่ ถ้าเหตุการณ์ข้างต้นไม่เป็นดั่งที่คนเเดนไกลวาดไว้ ผลลัพธ์ที่ 3) คือคนเเดนไกลอาจอ้างเหตุผลการเลื่อน หรือ ยกเลิกกลับเมืองไทยบนปัจจัยต่างๆนานา
3.กรณีเหตุการณ์ที่1 เเละ 2 ไม่ลงล็อก ดังที่เเกนนำ"พท."เเละ"คนเเดนไกล"วางไว้ สมการการเมืองจะเปลี่ยน
มายังพรรคอันดับสามคือ "พรรคภูมิใจไทย" ที่รับสิทธิตั้งรัฐบาลต่อจากพท.(บนสมมติฐานว่า"เพื่อไทย"ยกเลิกส่ง"เเพทองธาร"เเละ"ชัยเกษม นิติสิริ" ชิงตำแหน่งนายกฯ
1) ตอนนี้"ภท."เเละ"พรรครวมไทยสร้างชาติ" โดย หัวหน้าพรรคของสองพรรคนี้เเถลงยืนยันเเล้วว่า ยินดีร่วมงานกับพท.(เเม้หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐจะยังไม่ประกาศท่าทีอย่างเป็นทางการ เเต่อนุมานว่า พปชร.เป็นหนึ่งในว่าที่พรรคร่วมรัฐบาลเเล้ว)
ดังนั้น ภาพการตั้งรัฐบาลใหม่ที่มีภท.เเละรทสช.เป็นเเกนนำ (หากพท.ไม่เข้าวิน) เเละบวกกับพปชร.เข้าด้วย ตัวเลขจะออกมาที่ 71+40+36 = 147 สส.ที่จะมากกว่าพท.ซึ่งมี 141 สส.( นาทีนี้น่าจะยากที่ พท.จะกลับลำไปยืนขั้วฝ่ายค้านกับพรรคสีส้ม)
เกมจะพลิกกลับว่า"พท."เสียดุลอำนาจต่อรองให้ ภท.-พปชร.-รทสช. เเละพรรคอื่นๆทันที (มีกระเเสว่าหากภท.ได้สิทธิเป็นเเกนนำตั้งรัฐบาล "อนุทิน ชาญวีรกูล" หัวหน้าพรรคสีน้ำเงินจะมอบสิทธินี้ให้"พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ" หัวหน้าพรรคพปชร.ชิงเก้าอี้สร.1เเทน)
4.ณ วันที่ 22 สิงหาคม ศาลฎีกา นัดตัดสิน คดีโรงพักเเละเเฟลตตำรวจที่มีสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นจำเลย
คดีดังกล่าว ก่อนหน้านี้"สุเทพ"ชนะคดึไปเเล้ว เเต่ป.ป.ช.ขอยื่นสู้ในชั้นฎีกา ทำให้"สุเทพ"ต้องไปศาลฎีกาเพื่อฟังผลของคดี (ในกรณีไม่ขอเลื่อน ) เเละหาก"คนเเดนไกล"กลับบ้านเกิดจริง ต้องไปรายงานตัวเเละฟังผลการพิพากษาที่ศาลฎีกาก่อนเข้าเรือนจำเช่นกัน
วาดภาพต่อไปได้เลย หากจำเลยของสองคดีนี้ ( ทักษิณ เเละ สุเทพ)เดินทางไปยังศาลฎีกาพร้อมๆกัน สถานการณ์ข่าว ณ วันนั้นไม่อาจประเมินได้ว่าจะเกิดอะไรบ้าง...
5.การเเต่งตั้งข้าราชการ(ผบ.เหล่าทัพ-ผบ.ตร.-ข้าราชการกระทรวงต่างๆ) ที่ต้องเริ่มดำเนินการเเล้ว เเม้รัฐบาล"พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา" จะดำเนินการได้ก่อนที่ครม.ชุดใหม่จะรับหน้าที่ เเต่ก็ไม่สมควร เพราะ วันที่ 22 สิงหาคมนี้ จะลงมติเลือกสร.1 หากรัฐสภาไฟเขียวให้"เสี่ยนิด" เข้าวิน
"ลุงตู่" ไม่สมควรเเต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการในตอนนี้ ( เว้นเเต่ว่า"เสี่ยนิด" จะหมดสิทธิ "ลุงตู่"จึงจะอ้างความชอบธรรมในการดำเนินการเรื่องนี้ได้เพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการเเผ่นดิน เเละหากเป็นเเบบนี้ "พท."จะเสียประโยชน์ไปโดยปริยาย เพราะดุลอำนาจจะอยู่ที่ขั้ว188 เสียง ไปอย่างน้อยหนึ่งปึ )
ประเมินจาก "ห้าสถานการณ์" ตั้งเเต่เช้าวันนี้ ( 21 สิงหาคม ) เป็นต้นไป อาจจะมีการพลิกผันได้เเบบนาทีต่อนาที จนต้องใช้ระบบVAR ของการเเข่งขันฟุตบอลมาช่วยตัดสิน ดังนั้นความเคลื่อนไหวของคนการเมืองทุกขั้วจากนี้ต้องจับชีพจรแบบถี่ยิบ
เกมอาจพลิกได้ตลอดเวลา น่าลุ้นกว่าคราว"พิธา ลิ้มเจริญรัตน์"เคยได้รับมาเเล้วด้วย....