อย่างที่สอง คือ มีชื่อในทะเบียนบ้าน คนพวกนี้ถือว่าเป็นราษฎรตามกฎหมายทะเบียนราษฎรมาอยู่มาทำงานมาใช้บริการมาเสียภาษี จึงไม่ใช่ความหมายที่เราเข้าใจว่าคนต่างด้าวที่เป็นแรงงานคนพวกนนี้ไม่ใช่ราษฎรนะครับ เป็นคนถูกอนุญาตให้เข้ามาทำงานในประเทศไทยเท่านั้น แต่ไม่ถือว่าเป็นราษฎรตามกฎหมายนายทะเบียนนี่ก็คือความต่างกันนะครับ แต่ว่าเราเอามาใช้ในการคำนวณตามความหมายราษฎรตามกฎหมายที่นายทะเบียนประกาศ เขาไม่ใช่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง แต่เขาเป็ฯราษฎรที่เอามาใช้คำนวณเท่านั้นครับ นี่คือก่อนที่เราเสนอกกต.เราได้ดูตรงนี้ไว้ก่อนแล้วครับ
"วราวิทย์" ถามวิธีการคำนวณแบบนี้ใช้มาแล้วตั้งแต่ปี 62 เพียงแต่ว่าตอนนั้นไม่ได้มีขอท้วงอะไรถูกต้องมั้ยครับ
"แสวง บุญมี" ใช่ครับ ก่อนนั้นเขาไม่ได้แยกประเภทราษฎร ก่อนปี 62 เขาไม่ได้แยกเลย ก่อนปี 57 เขารวมทั้งผู้มีสัญชาติไทยและไม่มีสัญชาติไทย หลังปี 57 เขาแยกเพราะเพื่อใช้ประโยชน์ในการทำงานของเขา ก็เลยแยกออกมาเป็นแบบนี้ครับ
"วราวิทย์" ถามรัฐธรรมนูญมาตรา 86 เขาบอกให้ใช้จำนวนราษฎรทั้งประเทศ ตามทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนที่มีการเลือกตั้ง คือเป็นการประกาศของกรมการปกครองซึ่งประกาศออกมาแล้ว แต่ว่าครั้งนี้แยกออกมาแล้ว ทำไมเราถึงไม่เลือกตรงเฉพาะที่เป็นสัญชาติไทยเลยก็ในเมื่อเขาแยกให้แล้ว
"แสวง บุญมี" คำว่า"ราษฎร" ตามประกาศทุกคนในนั้นคือ"ราษฎร" ทั้งหมดครับ เป็น"ราษฎร"ตามกฎหมาย เมื่อเขาเป็น"ราษฎร"ตามกฎหมายเราก ต้องนำมาคำนวณ อย่างที่บอกเขามีเลขบัตรประจำตัวประชาชนประเภทที่ 8 เขามีทะเบียนบ้าน เขามีสิทธิ์บางอย่างในประเทศไทย มีกาารทำงาน การเสียภาษี รับสิทธิ์บริการจากรัฐ
"วราวิทย์" ถาม ส่วนคนเข้าเมืองผิดกฎหมายแบบเป็นประชากรแฝงไม่มีตัวตนอันนี้ไม่ได้นับรวมอยู่แล้ว เพราะจะไม่ถูกเป็นข้อมูลในประกาศกรมการปกครองถูกมั้ยครับ
"แสวง บุญมี" บางคนเข้าเมืองถูกกฎหมายแต่ไม่มีสองอย่างก็ไม่อยู่ในนี้นะครับ อย่างแม่บ้านแรงงานพม่าไม่ได้อยู่ในนี้นะครับ แต่เข้าถูกอนุญาตเข้าเมืองถูกกฎหมายครับ เขาไม่ได้มีบัตรบัตรสำคัญต่างด้าวหรืออยู่ในทะเบียนบ้านครับ
"วราวิทย์" จำนวนราษฎรที่ไม่มีสัญชาติไทยถูกนับรวมด้วย ฟังเหตุผลจากท่านเลขาแล้วเป็นไงบ้างครับ
"สมชัย" เป็นการตีความในมุมของกรรมการการเลือกตั้ง ถ้าท่านคิดว่าตีความถูกก็แล้วไป แต่ถ้าหากว่ามีคนเขาติดใจว่าตีความแบบนี้ไม่ถูกต้อง ถ้าหากว่าคนเหล่านั้นรู้สึกว่าเขาถูกการตีความโดยกรรมการการเลือกตั้งแล้วเป็นการรอนสิทธิ์เขา หมายความว่า สิทธิ์ของเขาอยู่จังหวัดนี้เขาควรจะได้ส.ส.เพิ่มอีกหนึ่งคน แต่พอกกต.ตีความแบบนี้มไปเพิ่มส.ส.ให้กับจังหวัดอื่น
ยกตัวอย่างเช่น เชียงใหม่ มีคนซึ่งไม่ใช่สัญชาติไทย 160,000 คน ได้ส.ส.แล้วหนึ่งคน เพราะค่าเฉลี่ยนส.ส.หนึ่งคนคือ 160,000 คน แต่จังหวัดเชียงใหม่จังหวัดเดียวมีคนไม่ใช่สัญชาติไทย 160,000 คนเขาก็ได้เกินมาหนึ่ง หรือเชียงราย ตาก มีคนที่ไม่ใช่สัญชาติไทย 130,000 คน สมมติเปลี่ยนมาใช้เอาเฉพาะสัญชาติไทย 3 จังหวัดนี้จะไม่ได้ จะไปโผล่ที่จังหวัดอื่นเช่น อุดร ลพบุรี ปัตตานี
สมมติ"ราษฎร"หรือประชาชนในจังหวัดนั้นมีความรู้สึกว่าเขาถูกรอนสิทธิ์ เขาก็มีสิทธิ์ในการรร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญแต่กระบวนการในการร้อง ร้องโดยตรงไม่ได้เขาต้องร้องไปที่ผู้ตรวจการแผ่นดินก่อนว่าเขาถูกรอนสิทธิ์จากการตีความโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ ถ้าผู้ตรวจการแผ่นดิน มองว่า ไม่มีสาระไม่ทำอะไรต่อครบ 60 วันไม่ทำอะไร ประชาชนกลุ่มนี้ สามารถร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้โดยตรง ผมถึงบอกว่าอย่าไปคิดว่าจะไม่เกิดปัญหา ต้องคิดในโอกาสที่สามารถเกิดปัญหาได้ แล้วสิ่งที่แนะนำไปไม่ได้ทำให้กกต.เสียหายเลย
ชมคลิป >>> แบ่งเขตส่อวุ่น