เมื่อย้อนกลับไปดูที่ตัวแผนปฏิรูปประเทศด้านการเมือง เราจะพบว่ามีแก่นสาระสำคัญและเป้าหมายใหญ่อยู่ 2 ประการ ได้แก่ 1) การเปลี่ยนประชาชน(ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง)ให้เป็นพลเมือง(ที่มีคุณภาพ) 2) การเปลี่ยนพรรคการเมือง ( ของนายทุน ) ให้เป็นประชาธิปไตย ( ที่มวลสมาชิกเป็นเจ้าของพรรค )
คำถามที่สาธารณชนอยากทราบ คือ การเลือกตั้งภายหลังขับเคลื่อนแผนปฏิรูปประเทศผ่านไปแล้ว 5 ปี จะมีอะไรที่ดีขึ้นกว่าเดิมบ้างหรือไม่ ประชาชนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งในคราวนี้จะมีพฤติกรรมประชาธิปไตยที่สะท้อนจิตสำนึกและวิธีคิดออกมาในการโหวตแตกต่างจากอดีตอย่างไร
ส่วนในด้านความเป็นประชาธิปไตยของพรรคการเมืองนั้น สังคมควรจับตาดูว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีพรรคการเมืองเชิงอุดมคติตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นสักพรรคสองพรรคบ้างหรือไม่ กล่าวคือเป็นพรรคฐานมวลชน มีระบบประชาธิปไตยภายในพรรค และมีความเป็นสถาบันที่มุ่งพัฒนาการเมืองของประเทศในระยะยาว มากกว่าที่จะเป็นเพียงพรรคเฉพาะกิจที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อชิงเก้าอี้สส.ในสภาเป็นคราวๆเท่านั้น
ทั้งสองเรื่องนี้ หน่วยงาน กกต.และสถาบันพระปกเกล้า ควรมีแผนงานโครงการที่จะศึกษาวิจัยเชิงติดตามประเมินผล และนำเสนอรายงานต่อวุฒิสภาอย่างเป็นรูปธรรมในโอกาสต่อไป
ส่วนเรื่องอื่นล้วนเป็นประเด็นปลีกย่อย รวมทั้งกิจกรรม-โครงการ Big Rocks และเรื่อง พรบ. 2 ฉบับ ซึ่งต้องรอให้มีรัฐสภาและรัฐบาลชุดใหม่มาว่ากันต่อไปตามสภาพการณ์ข้างหน้า