แต่สิ่งที่ชวนคาใจมากที่สุด กลับเกิดขึ้นที่บริเวณศิลาศิวลึงค์ ซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมความศรัทธาของนักท่องเที่ยว ชาวเขมรหลายคนกราบไหว้พร้อมวางเงินบูชาไว้ทั้งบนตู้ ข้างศิวลึงค์ และพื้นศิลา
แล้วมี เด็ก 2 คน ซึ่งทราบว่าเป็น ลูกของทหารกัมพูชาฝั่งชายแดน ก็จะเดินเข้ามาเก็บเงินเหล่านั้นไป โดยชาวบ้านและทหารไทยเผยว่า “เด็กสองคนนั้นจะมาเก็บเงินแทบจะ "ทุกวัน" เป็นเรื่องปกติ
แต่สิ่งที่ไม่ปกติคือ...เมื่อเจ้าหน้าที่ไทยพยายามจะเข้าไปห้าม เด็กเหล่านั้นกลับ "มีผู้ใหญ่เขมรตะโกนขู่ตะคอกใส่" ทันที!”
บางครั้งถึงขั้นตะคอกเสียงดังข้ามรั้วใส่เจ้าหน้าที่ไทยแบบไม่เกรงใจใคร... ทำให้เจ้าหน้าที่ไทยถึงกับ ชะงัก ไม่กล้าทำอะไรกับเด็กเลย เพราะเกรงจะกลายเป็นประเด็นข้ามชาติว่า "ไทยรังแกเด็ก"
และนั่นเองคือเหตุผลที่ชาวกัมพูชาจึงมัก "ส่งเด็กออกหน้า" ให้ทำกิจกรรมแทนผู้ใหญ่ อย่างแนบเนียนและแยบยล “มันเป็นเกมทางจิตวิทยาชัดๆ”
นักท่องเที่ยวชาวไทยคนหนึ่งกล่าวอย่างเครียด นักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งจาก จ.จันทบุรี ซึ่งตั้งใจมาให้กำลังใจทหารไทยถึงกับพูดเสียงสั่น
“เราเข้าใจทหารไทยมากขึ้นเลยครับ เจอแบบนี้ทุกวันยังต้องนิ่งให้ได้ ใครไม่มาเจอเองจะไม่มีวันรู้ว่ามันฝืนขนาดไหน…”
นี่ไม่ใช่แค่การท่องเที่ยว แต่นี่คือเกมอำนาจที่แทรกซึมผ่านศรัทธาและเด็กไร้เดียงสา
ด้าน นายยุคล วิเศษสังข์ ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง โพสต์เฟซบุ๊ก NormalYukhon ระบุว่า
ทหารไทยชี้แจง กรณีตู้บริจาคเขมร โผล่ปราสาทตาควาย จนนักท่องเที่ยวไทยหลายคน เข้าใจผิด คิดว่าเป็นตู้บริจาคทำนุบำรุงปราสาทของไทย จึงหยอดเงินทำบุญ
แต่กลายเป็นทหารเขมร ที่ถือกุญแจ และนำเงินกลับประเทศตัวเอง ทหารไทยบอกว่า ที่ผ่านมาเขาแจ้งหลายครั้งแล้ว แต่พูดยาก เพราะเขาดื้อมาก
นอกจากนี้ยังระบุอีกว่า "เขมรงง ทหารไทยแก้เผ็ด เคลมปราสาท"