ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้กำชับให้จังหวัดและศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมเกิน 90 มิลลิเมตรภายใน 24 ชั่วโมง และพื้นที่ที่เคยเกิดน้ำท่วมซ้ำซาก เร่งตรวจสอบและซ่อมแซมแนวคันกั้นน้ำ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และบริหารจัดการน้ำอย่างเหมาะสมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
รวมถึงเฝ้าระวังพื้นที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่เสี่ยง เช่น น้ำตก ถ้ำลอด หากมีความเสี่ยงให้ปิดกั้นพื้นที่ทันที
นอกจากนี้ ยังมีการเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและเล็กที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ในหลายจังหวัด อาทิ ลำปาง น่าน สกลนคร กาฬสินธุ์ ตราด สุราษฎร์ธานี และกระบี่ รวมถึงเร่งพร่องน้ำในอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณเกินความจุ เพื่อรองรับน้ำหลากจากฝนที่ตกหนักในช่วงนี้
สำหรับพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังผลกระทบจากระดับน้ำแม่น้ำโขงที่เพิ่มสูงขึ้น ได้แก่ จังหวัดเชียงราย เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ซึ่งมีแนวโน้มได้รับอิทธิพลจากฝนที่ตกสะสมในพื้นที่ตอนบนของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
“รัฐบาลขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด ทั้งทางแอปพลิเคชัน “THAI DISASTER ALERT” และช่องทางออนไลน์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
ได้แก่
- Facebook : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM, X : @DDPMNews
- Line ID : @1784DDPM
- YouTube : DDPMNews รู้ทันภัยกับ ปภ.
พร้อมกันนี้ หากได้รับความเดือดร้อน สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
ขณะที่ระบบเตือนภัยเซลล์บอร์ดแคสได้พร้อมให้ปฏิบัติการเต็มรูปแบบในทุกพื้นที่แล้ว” นางสาวศศิกานต์กล่าว