นางคำมี กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นวันที่ดีใจที่สุดในชีวิต หลังจากได้ยินข่าวว่าลูกชายจะถูกปล่อยตัวออกมากับเพื่อนๆ ที่ผ่านมาคิดไว้เสมอไว้ลูกชายยังไม่ตาย พ่อและแม่รอคอยลูกกลับมา ยอมรับแต่ก่อนทุกข์ใจมาก ทุกข์ใจมาตั้งแต่ถูกจับวันที่ 7 ต.ค.66 แม่ทุกข์ใจมา 1 ปีกับ 3 เดือน อะไรที่ทำได้เพื่อลูกทั้งไปบนบานศาลกล่าวสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ไหนไปหมด รวมทั้งไปบนปู่ศรีสุทโธที่คำชะโนดด้วย จำได้ว่าไปบนไว้ 10 ที่หลังจากลูกชายกลับมาบ้านก็คงไปแก้บนให้ครบ
นางคำมี กล่าวว่า วันนี้มีเจ้าหน้าที่ฯ โทรมาบอกว่าคุณแม่จะไปรับลูกชายที่สนามบินหรือรอที่บ้าน ตนเองก็อยากไปรับลูกชายที่สนามบิน อยากเห็นหน้าลูกชายครั้งแรกคงวิ่งเข้ากอดให้หายคิดถึงและคงร้องไห้แน่นอน ไม่คิดว่าจะมีวันนี้ คือไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว วันนี้สุดดีใจลูกชายถูกปล่อยตัวออกมา ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ฯ ทุกส่วนที่ให้กำลังใจ และขอขอบคุณกลุ่มฮามาสที่ปล่อยตัวลูกชายและเพื่อนๆ ออกมาพบหน้าพ่อหน้าแม่ หัวอกแม่พูดไปน้ำตาก็คลอเบ้า
จนท.ลงแจ้งข่าวครอบครัวแรงงาน ใน อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี
ขณะเดียวกัน ส.ต.ท.หญิง มลฤดี มุกดา อายุ 43 ปี นักวิชาการแรงงานชำนาญการ สนง.จัดหางาน จ.อุดรธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ เดินทางมาที่บ้านหลังหนึ่งใน ม.2 บ.แสงสว่าง ตงท่าลี่ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี พบกับ นางวิวแวว อายุ 53 ปี และนายต่อม อายุ 57 ปี พ่อและแม่ นายวัชระ ศรีอ้วน หรือตี๋ อายุ 32 ปี แรงงานไทยในประเทศอิสราเอล ที่ถูกจับเป็นตัวประกันตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2566 รวมเวลา 15 เดือนเศษ
เพื่อแจ้งสิทธิประโยชน์ให้ทางครอบครัวตัวประกันได้รับทราบ เนื่องจากนายวัชระฯ ไปทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หลังมีข่าวว่ากลุ่ม “ฮามาส” ได้ปล่อยตัวประกันแรงงานชาวไทยทั้งหมด 5 คน และคาดว่า 1 ใน 5 คน ที่ถูกปล่อยตัวออกมา คงมีนายวัชระฯ รวมอยู่ด้วย
ด้านเจ้าหน้าที่ เผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันรายชื่อที่ชัดเจน อย่างไรก็ตามต้องรอการยืนยันจากนายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ที่จะแถลงข่าวความชัดเจนในวันนี้ เวลาประมาณ 16.00 น. (30 ม.ค.68)
นางวิวแวว แม่นายวัชระ เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 22.00 น. (29ม.ค.68) หลังจากตนขอพรจากพระเจ้าเสร็จ หลานสาวก็โทรศัพท์มาบอกว่า คนไทยในอิสราเอลที่ถูกจับเป็นตัวประกันจะถูกปล่อยตัว 5 คน และหนึ่งในนั้นมีชื่อนายวัชระ ศรีอ้วน รวมอยู่ด้วย โดยสถานทูตไทยในอิสราเอล มีเบอร์โทรศัพท์ของหลานสาว จึงแจ้งมาให้รับทราบ แล้วหลานสาวก็โทรมาบอกกับตนว่า เป็นข่าวดีที่ลูกชายตนจะถูกปล่อยตัวออกมา
ตนก็ดีใจมากจนน้ำตาไหล แต่เป็นน้ำตาแห่งความดีใจ ที่มีข่าวว่าลูกชายตนจะถูกปล่อยออกมา ตนก็รอมาตั้งแต่เกิดเรื่องประมาณ 15 เดือนกว่า จนพ่อล้มป่วยมา 3 ครั้ง เพราะคิดถึงลูกชาย โชคดีที่ยังสู้รอลูกชายกลับมาบ้าน ก็ถือว่าเป็นข่าวดีมากๆของครอบครัว เพราะ 15 เดือนที่ผ่านมา ตนกับสามีคิดถึงลูกจนร้องไห้ทุกวัน และสงสารลูก ทั้งที่ลูกไปทำงานไม่ได้ไปทำอะไรไม่ดี ทุกเช้าตนกับครอบครัวก็จะอธิฐานขอพรพระเจ้า ให้คุ้มครองลูกชายให้อยู่รอดปลอดภัย และได้กลับมาบ้านเร็วๆ
ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ตามข่าวลูกของตน และไม่ทอดทิ้ง ทำให้ตนก็มั่นใจอยู่ว่า ข่าวดีคงจะชัดเจนที่ลูกชายจะได้ถูกปล่อยตัวออกมา ตอนนี้ตนก็รู้สึกโล่งใจมาก ไม่เหมือนเมื่อก่อน เพราะตนไม่ได้รอแบบลมๆ แล้งๆ เมื่อได้ยินแต่ข่าวร้าย พอมาได้ยินข่าวดีก็โล่งอกมากเลย ที่จะได้เจอหน้าลูก ได้กอดลูกแบบมีชีวิต
ถ้าปล่อยลูกออกมาแล้ว จะให้ลูกกลับมาอยู่บ้าน ไม่ให้ไปทำงานที่ไหนอีกแล้ว จะให้ทำงานอยู่ที่บ้านเรา เพราะเรื่องแบบนี้ใครไม่เจอกับตัวเอง ก็คงไม่รู้ วันนี้มีรอยยิ้มขึ้นมา ไม่เศร้าอีกแล้ว อยากขอบคุณทุกหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่คอยช่วยเหลือ และส่งข่าวดีมาให้รู้ และไม่เคยทอดทิ้งครอบครัวตน เพราะแม้แต่เป็นศพ หน่วยงานยังจะต้องช่วยเหลือเอากลับมาบ้านให้สำเร็จ