นอภ.ภูกระดึง แจ้งจับคนเผาป่าภูค้อ-ภูกระแต พบป่าวอดเสียหาย 300 ไร่
26 ม.ค. 2568 | katatep_lue

นายอำเภอภูกระดึง แจ้งความจับคนเผาป่าในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูค้อ-ภูกระแต จ.เลย เผยพบป่าโดนเผาวอดเสียหาย 300 ไร่
ข่าว
26 ม.ค. 2568 | katatep_lue

นายอำเภอภูกระดึง แจ้งความจับคนเผาป่าในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูค้อ-ภูกระแต จ.เลย เผยพบป่าโดนเผาวอดเสียหาย 300 ไร่
26 มกราคม 2568 จากกรณีเมื่อคืนที่ผ่านมา เกิดไฟป่าในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ภูค้อ ภูกระแต ต.ห้วยส้ม อ.ภูกระดึง จ.เลย บริเวณบ้านสะพานขาว บ้านซำบ่าง ต.ห้วยส้ม ห่างจากถนนมลิวรรณ 300-500 เมตรประมาณ 300 ไร่ นายศุภฤกษ์ น้อยสุวรรณ นายอำเภอภูกระดึง พร้อมด้วย หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูค้อ ภูกระแต นำเจ้าหน้าที่มาควบคุมการดับไฟด้วยตนเอง
นายยุทธพงษ์ แก้วบุญ นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูค้อ ภูกระแต เปิดเผยว่า การเกิดไฟป่าครั้งนี้ เมื่อช่วงเวลาประมาณ 17.00 น. ของวันที่ 25 ม.ค.68 ที่ผ่านมา กินพื้นที่ป่าฯ ไปจำนวน 300 ไร่ ใช้กำลังเจ้าหน้าที่จำนวนกว่า 50 นาย จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูค้อ ภูกระแต สถานีควบคุมภูค้อ สถานีควบคุมไฟป่าภูผาม่าน สถานีควบคุมไฟป่าภูค้อภูกระแต ประชาชนในหมู่บ้าน อาสาสมัครดับไฟป่า ร่วมเข้าปฏิบัติการดับไฟ โดยใช้ไม้ตีไฟและกิ่งไม้ใบไม้และเครื่องเป่า คาดว่าช่วงเวลาประมาณ 17.00 น.วันนี้ จะสามารถสกัดและดับไฟมอดสนิทลงได้
"ปัญหาการดับไฟคือเป็นหน้าผาสูงชัน และยังมีช้างป่าลงมาบริเวณนี้ เข้ามาหมู่บ้านจำนวน 3 ตัว เมื่อคืนที่ผ่านมาอีกด้วย ลำบากกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ดับไฟ ได้ทำแนวกันไฟไว้หมดแล้ว ไม่ให้ไฟกระโดดข้ามไปไหม้บริเวณป่าใกล้เคียง" นายยุทธพงษ์ ระบุ
ด้าน นายศุภฤกษ์ น้อยสุวรรณ นายอำเภอภูกระดึง เปิดเผยว่า ทางอำเภอได้รับประกาศจากจังหวัดเลย มาปฏิบัติขั้นเด็ดขากการบังคับใช้กฎหมายทุกพื้นที่ว่า ห้ามเผาทุกชนิดในที่โล่งท้างป่า เรือกสวน ไร่นา ยกเว้นทำแนวกันไฟแต่ต้องได้รับอนุญาตและต้องอยู่ในการควบคุมอย่างเต็มที่
ครั้งนี้ไฟป่าเกิดขึ้นจากชาวบ้านขึ้นป่า และเผาเพื่อหาของป่าต่างๆ ซึ่งได้แจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ภูกระดึง สืบสวนหาผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี และจะไม่มีการละเว้นแต่อย่างใด
ส่วนปัญหาช้างป่าที่ลงมาเมื่อคืน และอาศัยอยู่ในบริเวณไฟป่านั้น มีชุดเจ้าหน้าที่และเครือข่ายผลักดันและป้องกันแก้ไขปัญหาช้างป่าลงรบกวนชาวบ้านอยู่แล้ว แต่ก็เป็นการลำบากยากเป็นสองเท่ากับการดับไฟป่า เพราะทั้งร้อนทั้งดับไฟ และต้องระวังเพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่เองด้วย