ด้าน พ.ต.อ.อัษดิน สมศรี รอง ผบก.จ.สกลนคร เปิดเผยว่า เมื่อปี 2545 ตำรวจได้ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหารายนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง ในข้อหาทำร้ายร่างกาย และขัดขืนการจับกุม โดยหลังจากที่พ้นโทษออกมา เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.2566 ทางตำรวจได้พยายามติดตามพฤติกรรมมาโดยตลอด จนกระทั่งทราบว่า ผู้ต้องหารายนี้ได้หวนกลับไปเสพสารเสพติด จนทำให้มีพฤติกรรมแปลกๆ ชอบเก็บตัวอยู่คนเดียว และมีอาการทางจิตหลายๆ ครั้งก็เกิดอาการคุ้มคลั่ง จนกระทั่งในวันเกิดเหตุ ผู้ต้องหารายนี้ ได้เสพยาเสพติด พร้อมกับดื่มสุรา จนทำให้เกิดภาพหลอน ว่ามีคนจะมาตามฆ่า จึงได้ลงมือก่อเหตุ
อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี 2564 และ 2565 ทางตำรวจภูธรภาค 4 ได้จัดทำโครงการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะบุคคลที่เสพยาเสพติด ซึ่งนายวัชรา หรือ "นายตั้ม" ก็ถูกขึ้นบัญชีอยู่ในกลุ่มสีแดง ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงในการก่อเหตุความรุนแรง จนกระทั่งตำรวจได้เข้าไปตรวจเยี่ยม และพบว่ามีการใช้สารเสพติด จึงได้ทำการจับกุมดำเนินคดี จนกระทั่งเมื่อพ้นโทษออกมา ก็ได้มาก่อเหตุ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า "นายตั้ม" ยังไม่เคยเข้ารับการบำบัดแต่อย่างใด
นอกจากนี้ เวลา 10.00 น. นายกฤษฎา โลหิตดี หรือ "ทนายโนบิตะ" จะนำครอบครัวของนายสมชาย และผู้เสียหายที่ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย คือ นายประทีป งามเจริญ 36 ปี ถูกนายตั้มชกแบบไม่ทันตั้งตัว มีบาดแผลแตกที่คิ้วขวาต้องเย็บถึง 13 เข็ม และนายศุภพล พรหมสิทธิ์ อายุ 25 ปี เจ้าหน้าที่ ชรบ. ถูกนายตั้มชก มีบาดแผลแตกที่หางคิ้วซ้ายต้องเย็บ 2 เข็ม เข้าพบกับ พล.ต.ต.สมจิตร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร เพื่อขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
สำหรับการลงพื้นที่ของ "ทนายโนบิตะ" สืบเนื่องจากมีคอมเมนต์แท็กขอความช่วยเหลือไปยังเพจ “กัน จอมพลัง” จากนั้น "กัน จอมพลัง" ได้มอบหมายให้ "ทนายโนบิตะ" ที่กำลังติดตามคดีของ "แบงค์เลสเตอร์" อยู่ที่อุดรธานี ให้มาช่วยเหลือผู้เสียหายทั้งหมด ทั้งด้านคดีและการรักษาเยียวยา
โดยเมื่อวานนี้ ( 2 ม.ค.2568) ได้มีการประสานไปยังผู้บังการตำรวจภูธรสกลนครให้ช่วยดูเรื่องคดี และประสานกระทรวงสาธารณสุขในการดูแลเรื่องรักษาพยาบาล อย่างไรก็ตาม หากพิสูจน์แล้วพบว่าสาเหตุเกิดจากยาเสพติดก็ต้องมีการดำเนินการกวาดล้าง ซึ่งอยากให้ฝ่ายปกครองเข้ามาดูในส่วนนี้ด้วย โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ ชรบ.ก็เป็นผู้ที่เสียสละอยู่แล้วค่าตอบแทนก็น้อย แต่ต้องมาประสบเหตุเช่นนี้ โดยผู้บาดเจ็บสาหัส ขณะนี้มีภาวะเลือดออกในสมอง อยู่ในสถานะเป็นตายเท่ากัน ซึ่งจะได้คุยกับหมอว่ามีแนวทางการรักษา หรือมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ก็จะได้มีการประสานไปทางกระทรวงสาธารณสุขเพื่อขอความช่วยเหลือ
ด้านนางพัท น้องสาวของ นายสมชาย (ชรบ.) ที่บาดเจ็บสาหัส เปิดเผย อาการล่าสุดที่หมอแจ้งให้ทราบว่า ตอนนี้พี่ชายยังไม่เสียชีวิต แต่ไม่มีสติ ไม่รู้สึกตัว ยังคงอยู่ในความดูแลใกล้ชิดของหมอ แต่หมอได้บอกให้ญาติทำใจ เพราะพี่ชายไม่มีอาการตอบสนองใดๆ อยู่ในสถานะเจ้าชายนิทราแล้ว แม้มีปาฏิหาริย์รอดชีวิตก็คงเป็นเจ้าชายนิทรา
ทั้งนี้ จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุ นายสมชาย (ชรบ.) ได้พยายามเข้าไปห้ามปรามนายตั้ม ก่อนถูกนายตั้ม เตะเข้าที่ก้านคอ 1 ครั้ง จนนายสมชาย ยืนเซ จากนั้น นายสมชาย ก็ยังพยายามเข้าไปห้ามปราม นายตั้ม ให้หยุดก่อเหตุทำร้ายผู้อื่น จนกระทั่งถูกชกจนล้มลงหัวฟาดพื้นเสียเลือดมาก