ผู้ต้องหาที่ 3 ที่ 4 กระทำผิด ข้อหา “ร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ , ร่วมกันสนับสนุนช่วยเหลือให้คนต่างด้าวได้ที่ดินมาโดยผิดชอบด้วยกฎหมาย , เป็นผู้มีสัญชาติไทย หรือนิติบุคคลที่มิใช่คนต่างด้าว ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนหรือร่วมประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว อันเป็นธุรกิจที่กำหนดไว้ในบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้ (การค้าที่ดิน ตามบัญชีหนึ่ง(9)) โดยคนต่างด้าวนั้นมิได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจดังกล่าว หรือร่วมประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว โดยแสดงออกว่าเป็นธุรกิจของตนแต่ผู้เดียว หรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าวในห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทจำกัด หรือนิติบุคคลใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ รวมทั้งคนต่างด้าว ซึ่งยินยอมให้ผู้มีสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่มิใช่คนต่างด้าวตามพระราชบัญญัตินี้กระทำการดังกล่าว”
และคดีที่ 2.บริษัท แม็กซิเคท จำกัด ในฐานะนิติบุคคล ,นางแคทเทอร์รีน อายุ 59 ปี สัญชาติฝรั่งเศส (เสียชีวิต) ,นายทองใส คติสุข อายุ 50 ปี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ,นางรัชประภา โซเรดะ อายุ 36 ปี จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้ต้องหาที่ 1 และ ที่ 2 กระทำผิด ข้อหา “ร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ , เป็นคนต่างด้าวได้ที่ดินมาโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย” ผู้ต้องหาที่ 3 ที่ 4 กระทำผิด ข้อหา “ร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ , ร่วมกันสนับสนุนช่วยเหลือให้คนต่างด้าวได้ที่ดินมาโดยผิดชอบด้วยกฎหมาย”
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อประมาณ ปี พ.ศ.2550 นางแคทเทอร์รีน ได้เข้ามาอยู่ที่ประเทศไทย โดยเช่าบ้านพักอยู่บนเกาะสมุย ต่อมาประมาณเดือน มีนาคม 2555 นางแคทเทอร์รีน ได้ให้สำนักงานทนายความ ช่วยเหลือจดจัดตั้ง บริษัท จี.วี.เอ็น.อี.จำกัด ทำธุรกิจก่อสร้างบ้านขาย โดยใช้คนไทยเป็นนอมินี ถือหุ้นแทนในบริษัท และได้ไปซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 3961 ต่อมาวันที่ 5 มีนาคม 2557 ได้แบ่งแยกโฉนดที่ดิน นำไปก่อสร้างอาคาร จำนวน 5 หลัง ชื่อโครงการ “มะพร้าววิลล่า” จำหน่ายไป 3 หลัง เหลืออยู่ 2 หลัง
ต่อมาวันที่ 29 เมษายน 2567 เวลาประมาณ 08.40 น. นางแคทเทอร์รีน ได้ปลิดชีพตัวเองในบ้านพัก และทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินให้กับ "ป้าติ๋ม" แม่บ้าน ส่วน บริษัท แม็กซิเคท จำกัด เดิมเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน 1 แปลง เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2559 นางแคทเทอร์รีน ได้เข้าไปซื้อหุ้นใน บริษัท แม็กซิเคท จำกัด ทั้งหมด โดยใช้ชื่อคนไทยช่วยเหลือถือหุ้นแทน เพื่อเป็นเจ้าของที่ดิน จากนั้นได้นำที่ดินมาก่อสร้างอาคารสามชั้น ไว้เป็นที่พักอาศัย และใช้อาวุธปืนยิงตัวตายในบ้านพักดังกล่าว
ในส่วนของ นางณัฐวลัย ภูพองตา หรือ "ป้าติ๋ม" ชาว อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร ที่ นางแคทเทอร์รีน (ผู้เสียชีวิต) ระบุว่า ให้เป็นคนรับมรดกนั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว แต่ส่วนของมรดกที่ผู้เสียชีวิตทำพินัยกรรมมอบให้กับ "ป้าติ๋ม" จะได้ตามพินัยกรรม หรือไม่ ก็ต้องมีการดำเนินการต่อไป
ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่วิลล่าหรู ที่เป็นบ้านที่เกิดเหตุ และเป็นที่ที่ นางแคทเทอร์รีน เขียนพินัยกรรมว่ายกมรดกให้กับ "ป้าติ๋ม" พบว่าบ้านหลังดังกล่าวได้มีช่างกำลังซ่อมแซมบ้าน ที่ก่อนหน้านี้โดนต้นไม้หักโค่นใส่ และพบกับ "ป้าติ๋ม" อยู่บนวิลล่าหลังดังกล่าว แต่ปฎิเสธ ที่จะพูดคุยและให้สัมภาษณ์กับสื่อถึงเรื่องราวดังกล่าว
ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสสอบถาม นางสาวอุสา เพื่อนสนิทของ "ป้าติ๋ม" ที่ป้าติ๋มแวะเวียนไปหาทุกวัน โดยนางสาวอุสา บอกว่า "ป้าติ๋ม" เล่าให้ฟังว่า ตอนนี้ไม่ได้ทำงานที่วิลล่าแล้ว แต่ไปทำงานทำความสะอาดที่อื่นแทน ส่วนทรัพย์สินที่เจ้านายผู้เสียชีวิตเขียนในพินัยกรรม "ป้าติ๋ม" บอกว่า ตอนนี้ได้วิลล่า ได้รถ ที่ดิน และเงินสดบางส่วนแล้ว แต่นี้ก็เป็นแค่เพียงคำบอกเล่าที่ "ป้าติ๋ม" เล่าให้เพื่อนสนิทฟัง แต่ยังไม่มีคำเปิดเผยที่แน่ชัดจาก "ป้าติ๋ม" ว่าเป็นจริงอย่างที่เล่าให้เพื่อนฟังหรือไม่ แต่ก็พบว่า "ป้าติ๋ม" ยังเข้าไปดูแลซ่อมแซมวิลล่าดังกล่าวอยู่จนถึงวันนี้