หลังจากนั้น ก็เงียบหายไป ขาดการติดต่อ เพราะเริ่มมีประชาชนเข้ามาสอบถามติดตามหาวัตถุมงคล และทราบว่ามีทางโรงหล่อมาติดต่อตามหาด้วย เพราะค้างค่ารอพระอีก 40,000 บาท ค่าวัตถุมงคล อีก 60,000บาท ทางโรงหล่อทราบว่ามีการมาเททอง และปลุกเสกที่วัด จึงมาติดต่อสอบถามพี่วัด เพราะติดต่อทาง "พระเบส" ไม่ได้ ทางพระอาจารย์ตั้ม จึงทราบว่าถูกหลอก แล้วรีบเข้ามาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานว่า "พระอาจารย์ตั้ม" มีส่วนเกี่ยวข้องถูก "พระเบส" หลอกให้เปิดบัญชีแล้วโอนเงิน จึงอยากขอฝากชี้แจงผ่านไปยังประชาชน และลูกศิษย์อาจารย์ตั้มให้ทราบว่า ทางพระอาจารย์ตั้มและทางวัดมีส่วนเกี่ยวข้องในการรับจองวัตถุมงคล
โดยขณะนี้ขอให้ประชาชนที่เสียหาย ที่มีการสั่งจองวัตถุมงคลเข้ามาให้แจ้งความ เพื่อดำเนินคดีกับพระ ซึ่งจากการตรวจสอบ ยอดเงินในบัญชีธนาคาร เริ่มมีการโอนเงินเข้ามารวมทั้งหมด 1,144,334 บาท จำนวน และมีการถอนออกไป เหลือติดบัญชีอยู่เพียง 200 บาท
เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา ได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ส่วนของความเสียหาย ขณะนี้ พระอาจารย์ตั้ม ยังไม่เป็นผู้เสียหาย เพียงแค่ถูกนำชื่อและบัญชีธนาคารไปใช้ในการฉ้อโกง ซึ่งผู้ที่นำไปใช้จะถูกดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงโดยแสดงตัวเป็นบุคคลอื่น ซึ่งผู้เสียหายที่มีการสั่งจองวัตถุมงคลสามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ทุกสถานีตำรวจ โดยนำหลักฐานในการโอนเงินไปแจ้งกับเจ้าหน้าที่
ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบที่วัดประดู่ทรงธรรม ซึ่งเป็นสำนักปฏิบัติธรรม กรรมฐาน ที่มีการตั้ง พระพุทธมงคลธรรมวิศิษฎ์ และรูปเหมือน อาจารย์จาบ สุวรรณ ทีมีการเททองหล่อสร้างเสร็จแล้ว ไว้ในศาลาปฎิบัติธรรม รวมถึงอุปกรณ์เครื่องมือในการประกอบพิธี