อิทธิพลของ "พายุจ่ามี" ส่งผลให้จังหวัดที่คาดว่าจะมี "ฝนตกหนักถึงหนักมาก" มีดังนี้
วันที่ 26 ตุลาคม 2567
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือแจังหวัดเลย ชัยภูมิ นครราชสีมา อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
- ภาคกลาง : จังหวัดลพบุรี และสระบุรี
- ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
- ภาคใต้ : จังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
วันที่ 27 ตุลาคม 2567
- ภาคเหนือ : จังหวัดพิษณุโลก และเพชรบูรณ์
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดสกลนคร นครพนม มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา สุรินทร์ศรีษะเกษ และอุบลราชธานี
- ภาคกลาง : จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา นครปฐม สมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
- ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
- ภาคใต้ : จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
วันที่ 28–29 ตุลาคม 2567
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดมุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
- ภาคกลาง : จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม สมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
- ภาคตะวันออก : จังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด
- ภาคใต้ : จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
สำหรับคลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย
กรมอุตุนิยมวิทยา จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่ เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประกาศ ณ วันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2567 เวลา 05.00 น.
เปิดเส้นทาง "พายุจ่ามี" อัปเดตล่าสุด
ต่อมา เมื่อเวลา 07.52 น. วันนี้ (26 ต.ค.) เพจเฟซบุ๊ก "กรมอุตุนิยทวิทยา" โพสต์ข้อความแจ้งสถานการณ์ และ "เส้นทางพายุจ่ามี" ระบุว่า..
“ อัพเดทสถานการณ์พายุเวลา 04.00น.(26/10/67) : พายุโซนร้อนกำลังแรง "จ่ามี (TRAMI)" บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตกเข้าใกล้ทางตอนใต้ของเกาะไหลหลำ ประเทศจีน และพายุนี้จะเข้าเคลื่อนเข้าสู่ชายฝั่งทางด้านตอนกลาง (ใกล้บริเวณเมืองดานัง) ของประเทศเวียดนาม พายุนี้จะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย เนื่องจากยังมีมวลอากาศเย็นแผ่ลงมาปกคลุมทางด้านหน้าของพายุ ในช่วง 26 - 28 ต.ค.67
อาจจะส่งผลกระทบทำให้ประเทศไทยมีเมฆเพิ่มขึ้น ฝนตกหนักบางแห่ง กับมีลมแรง โดยเฉพาะทางด้านตะวันออกของภาคอีสาน (จ.สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ ยโสธร อุบลราชธานี ศรีสะเกษ) ตามแนวขอบของพายุ
ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก กทม.และปริมณฑล จะมีฝนเพิ่มขึ้นในวันที่ 27 ต.ค.67 เป็นฝนฟ้าคะนองเล็กน้อยถึงปานกลาง จากอิทธิพลของลมที่ตะวันตก ตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมที่มีกำลังแรงขึ้น
สำหรับภาคใต้ยังต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักโดยเฉพาะด้านฝั่งอันดามันด้านรับลม ในช่วงที่พายุเคลื่อนเข้ามาใกล้ชายฝั่งเวียดนาม ก่อนที่อากาศทั่วไทยจะเริ่มเย็นลง ช่วงวันที่ 30 ต.ค.67 เป็นต้นไป แต่ยังมีฝนปนอากาศเย็น
หลังจากนั้นพายุจะเคลื่อนตัววกกลับไปในทะเลจีนใต้ จากแรงดึงดูดของพายุโซนร้อน "กองเร็ย" ที่เคลื่อนตัวในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกและมวลอากาศเย็นที่แผ่ลงมา ก่อนที่จะอ่อนกำลังลง ซึ่งยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ”