ทั้งนี้ งานพิธีได้ดำเนินการตามกำหนดเวลา และบริษัทผู้จัดงานได้ถวาย Box Set (อาหารว่าง) แก่พระสงฆ์ทุกรูป
อย่างไรก็ตาม หากมีข้อผิดพลาดประการใดจังหวัดนครพนมขอน้อมรับ และจะนำข้อผิดพลาดไปปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
ผู้สื่อข่าวได้รายงานเพิ่มเติม ว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม 2567 ซึ่งเป็นวันทอดกฐินสามัคคีวัดสว่างสุวรรณารามเขตเทศบาลเมืองนครพนม พระราชสิริวัฒน์ หรือเจ้าคุณเพชร เจ้าคณะจังหวัดนครพนม (มหานิกาย) และเจ้าอาวาสวัดสว่างสุวรรณาราม ได้กล่าวแก่ญาติโยมถึงงานมหาบุญแห่งศรัทธานครพนม ว่า มีคนมานิมนต์ให้ไปร่วมรับบิณฑบาตแต่ท่านได้ตอบปฏิเสธไป โดยคนจัดงานบอกว่านิมนต์พระมาทั้งจังหวัดจำนวน 1 พันรูป พร้อมได้จัดสถานที่ให้พระสงฆ์อยู่อย่างเหมาะสม และก่อนรับบิณฑบาตก็มีข้าวต้มถวาย เอาเข้าจริงๆข้าวต้มก็ไม่มี ถวายแต่ขนมกับนมกล่องเหมือนจัดเบรกประชุม สถานที่ที่อ้างจัดรองรับไว้ก็ไม่มี ปล่อยให้พระนั่งกลางแจ้งนานหลายชั่วโมง
ก่อนที่เจ้าคุณเพชรจะกล่าวทิ้งท้ายว่า “อย่าหาเฮ็ดจั๊กเทื่อเด้อบาดนี่”
ต่อมา ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังวัดมหาธาตุ ริมแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม เพื่อนมัสการถามพระปลัดกิตติชัย สุขวัฑฒโน (แก่นจันทร์) อายุ 27 ปี เป็นผู้ช่วยฯและเลขานุการพระครูกิตติสุตานุยุต รองเจ้าคณะจังหวัดนครพนม (มหานิกาย) และ เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ ได้รับการเปิดเผยว่า ในวันนั้นท่านติดภารกิจ เนื่องจากที่วัดสอบพระปริยัติธรรม จึงไม่ได้ไปร่วมรับบาตรด้วย แต่เห็นท่านเจ้าอาวาสกลับมาหน้าแดงและเหงื่อชุ่มจีวร จึงสอบถามพระที่ไปด้วยจึงทราบว่าท่านนั่งตากแดดนาน
อีกทั้ง การนิมนต์ครั้งนี้มี 2 นิกาย คือธรรมยุต และ มหานิกาย โดยเฉพาะพระสายธรรมยุตจะฉันเพียงมื้อเดียว เวลาประมาณ 9 โมงเช้าของทุกวัน ซึ่งวันนั้นทางผู้จัดบอกมีอาหารเช้าเป็นข้าวต้มถวาย ปรากฏว่ามีขนมปัง 1 ชิ้นกับนมกล่องหนึ่ง กว่าจะรับบาตรจากญาติโยมเสร็จก็ประมาณ 8 โมงกว่าๆ เดินทางกลับถึงวัดก็ 11 โมง มันเลยเวลาฉันแล้ว
สรุปวันนั้น พระบางรูปท่านไม่ได้ฉันอาหารทั้งวัน บางรูปกลับถึงวัดเป็นไข้ เพราะตากแดดนาน
พระปลัดกิตติชัย สุขวัฑฒโน (แก่นจันทร์) กล่าวต่อว่า เหตุที่โพสต์เพราะห่วงใยครูบาอาจารย์ บางรูปอายุ 80 ปี ต้องมานั่งตากแดด แถมรองเท้าก็ไม่ได้ใส่ เป็นพระต้องมีวินัยและสำรวม แม้จะร้อนก็ต้องทนจนกว่าจะเสร็จพิธีกรรม ไม่เหมือนฆราวาสร้อนก็ยังลุกไปหลบแดดได้ จึงอยากให้ผู้ที่จะจัดงานพิธีลักษณะนี้ควรตระหนักให้มากๆ