"กะเหรี่ยงคอยาว" ไม่หวั่น พร้อมรับมือ "พายุซูลิก"
20 ก.ย. 2567

ชาวกะเหรี่ยงคอยาว บ้านห้วยเสือเฒ่า อ.เมืองแม่ฮ่องสอน จ.แม่ฮ่องสอน ไม่หวั่น เตรียมพร้อมรับ "พายุซูลิก" หลังเจอพายุถล่มหนักๆ ต่อเนื่องมาแล้วหลายรอบแล้ว
ข่าว
20 ก.ย. 2567

ชาวกะเหรี่ยงคอยาว บ้านห้วยเสือเฒ่า อ.เมืองแม่ฮ่องสอน จ.แม่ฮ่องสอน ไม่หวั่น เตรียมพร้อมรับ "พายุซูลิก" หลังเจอพายุถล่มหนักๆ ต่อเนื่องมาแล้วหลายรอบแล้ว
20 กันยายน 2567 ภายหลังประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยและคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ฉบับที่ 11 (192/2567) (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 20 กันยายน 2567) อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับหลันและน้ำปาไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่ม ซึ่งจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นอีกจังหวัดหนึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าและภูเขาลาดชัน และพื้นที่หมู่บานเสี่ยงภัยจากน้ำป่าไหลหลากดินโคลนถล่มหลายพื้นที่
ทำให้ชาวบ้าน และหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวบ้าน ห้วยเสือเฒ่า ต.ผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เตรียมพร้อมรับสถานการณ์อย่างเร่งด่วนโดยมีการติดตามตรวจเช็คระบบสัญญาณป้องกันภัยพิบัติที่ติดตั้งอยู่ในหมู่บ้านอย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง
น.ส.พัชราภรณ์ ตยาดีทาน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านห้วยเสือเฒ่า ต.ผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ในหมู่บ้านห้วยเสือเฒ่าได้มีหน่วยงานจังหวัด นำเครื่องเตือนภัยฝนตกหนักน้ำป่าไหลหลากเข้ามาติดตั้งภายในหมู่บ้านได้ประมาณกว่า 1 ปีทีผ่านมา ในช่วงหน้าฝนเมื่อมีประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยา ตนเป็นผู้คอยดูและรับผิดชอบเครื่องสัญญาณเตือนภัยก็จะมาทำหน้าที่คอยเฝ้าระวังและตรวจเช็คเครื่องทุกวัน
เมื่อพบว่ามีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันและมีปริมาณน้ำสูงขึ้นถึงระดับสีเขียว สีเหลือง และสีแดง จะรายงานไปยังกลุ่มไลน์ของหน่วยงาน พร้อมกับแจ้งเตือนประชาชนในหมู่บ้านทางหอกระจายข่าว ให้เฝ้าระวังเตรียมพร้อมที่จะอพยพโดยเฉพาะชาวบ้านที่มีอาคารบ้านเรือนอยู่ริมไหลเขาและริมแม่น้ำ ให้ไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยที่เตรียมไว้ เช่นที่วัด และที่โรงเรียน เพราะพื้นที่หมู่บ้านเป็นพื้นที่เสี่ยงมีปัญหาน้ำป่าไหลหลากทุกปี ทำให้ชาวบ้านเตรียมความพร้อมไว้ตลอดเวลา
ด้าน น.ส.อารีย์ แซ่มัว แม่ค้าขายของในหมู่บ้านห้วยเสือเฒ่า กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาช่วงฝนตกน้ำป่าจะไหลลงลำห้วยและขึ้นสูงเอ่อล้นเข้ามายังพื้นที่ขายของภายในร้าน น้ำจะสูงเกือบถึงหัวเข่า ทำให้สินค้าเสียหายหมด ปีนี้ต้องคอยเฝ้าระวัง และเกือบสิ่งของบางส่วนขึ้นไปไวที่สูงแล้ว ส่วนเครื่องเตือนภัยนั้นรู้ว่ามีมาติดตั้งอยู่ในหมู่บ้าน แต่ไม่เคยได้ยินเสียงเตือนภัยเวลาฝนตกหนักหรือน้ำป่าไหลทะลัก
น้ำมาจากด้านบน แต่เห็นว่าเครื่องเตือนภัยไปตั้งอยู่ท้ายหมู่บ้าน จริงๆแล้วควรจะนำไปติดไว้ฝั่งด้านบนหมู่บ้านเวลาน้ำป่าไหลทะลักจะทำให้แจ้งเตือนได้ เพราะว่าฝนที่ตกลงมาส่วนใหญ่จะตกเหนือหมู่บ้านบนภูเขา ทำให้น้ำป่าจากภูเขาไหลลงสู่ลำห้วยเข้ามายังหมู่บ้านที่อยู่ด้านล่างจึงทำให้เตรียมตัวไม่ทัน
ส่วน น.ส.มะแว (ไม่มีชื่อสกุล) กะเหรี่ยงคอยาว บ้านห้วยเสือเฒ่า ต.ผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เผยว่า ปีนี้ในหมู่บ้านมีฝนตกไม่มาก ส่วนใหญ่จะไปตกพื้นที่ต่างอำเภอ แต่เราก็ต้องเฝ้าระวัง เพราะน้ำป่าเวลาไหลทะลักจะรุนแรงและหนักมา เตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา ข้าวของส่วนใหญ่ก็จะเก็บไว้ในร้าน แต่ในช่วงหน้าฝนหลังจากปิดร้านก็จะเก็บสิ่งของสินค้าทั้งหมดขึ้นไปไว้บนบ้านซึ้งเป็นพื้นที่สูง
น.ส.มาจ๊ะ (ไม่มีนามสกุล) กะเหรี่ยงคอยาว บ้านห้วยเสือเฒ่า อีกคน กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาน้ำท่วมขึ้นมาถึงภายในร้านทำให้ข้าวของเสียหายหมด ก็ได้แต่ทำใจเพราะเก็บของไม่ทัน น้ำมาเร็วมาก แต่ปีนี้ได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว ทั้งตะกร้า ภาชนะที่จะเก็บสิ่งของสินค้าต่าง ๆ เมื่อรับแจ้งหรือมีฝนตกหนักก็จะเก็บสิ่งของทั้งหมด ร้านค้าก็ขยับขึ้นและเก็บสินค้าไปเก็บไว้ที่สูงหลังปิดร้าน เตรียมพร้อมเต็มที่
ข่าวล่าสุด