โดย นายธรรมราช กล่าวว่า จากประเด็นข้อถกเถียงเกี่ยวกับคําสอนของพระพุทธเจ้า ซึ่งมีการกล่าวหาว่าลัทธิเชื่อมจิตไม่มีอยู่ในพระไตรปิฎก โดยทนายอนันชัยต์ และกองทัพธรรม ระบุว่า เป็นมติของมหาเถรสมาคม ซึ่งทั้ง 7 ข้อ ที่ระบุ อยู่ในหนังสือดังกล่าวเป็นเพียงความคิดเห็นของทนายอนันชัยต์ และกองทัพธรรมเท่านั้น
โดยมติของมหาเถรสมาคมจริงๆ มีอยู่เพียง 3 ข้อ ท้ายสุด ระบุว่า “ที่ประชุมพิจารณาแล้วมีมติ ดังนี้ 1.รับทราบการดำเนินการของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และมอบหมายให้ดำเนินการคุ้มครองพระพุทธศาสนาตามหน้าที่และอำนาจให้เท่าทันต่อเหตุการณ์ เพื่อป้องกันระงับยับยั้งความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อพระพุทธศาสนา 2.กรณีที่มีการกระทำใด ๆ ซึ่งอ้างถึงหลักธรรมหรือวิธีการปฏิบัติทางพระพุทธศาสนา แต่มิได้ปรากฏหลักคำสอนดังกล่าวในพระไตรปิฎก คัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา มติ อาณัติ และอรรถาธิบายของคณะสงฆ์ที่ชอบด้วยหลักพระพุทธศาสนา หากเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมาย ให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติพิจารณาดำเนินการ และบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามพถติการณ์แห่งกรณี 3.กำชับเจ้าคณะ พระสังฆาธิการ และสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดทุกจังหวัดให้หมั่นกวดขันตรวจตรา อธิบาย และชี้แจงให้สาธารณชนเข้าใจถึงหลักธรรมและวิธีการปฏิบัติที่ถูกต้องตามหลักพระพุทธศาสนา เพื่อป้องกันมีให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวอีกและให้ดำเนินการได้ทันที โดยไม่ต้องรอรับรองรายงานการประชุม“
ทนายธรรมราช ระบุอีกว่า คําว่ารับทราบไม่ได้หมายความว่า มีหรือไม่มีอยู่ในพระไตรปิฎก หากไม่เห็นด้วยเหตุใดจึงไม่บอกให้ชัดในการประชุมพิจารณามติ แต่อย่างไรก็ตาม พระพุทธเจ้าไม่ได้ต้องการให้ชาวพุทธมาทะเลาะกันเองแบบนี้ อีกทั้งทางครอบครัวเชื่อมจิตก็หยุดแล้ว แต่ฝั่งตรงข้ามยังไม่หยุด
นอกจากนี้ ทนายธรรมราช ยังกล่าวถึง ผอ.สํานักพุทธฯ ด้วยว่า ย้อนกลับไปในปี 2563 ภรรยาของ รอง ผอ.สํานักพุทธฯ เคยถูกดําเนินคดีในข้อหาเงินทอนวัด จึงตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดจึงยังมานั่งเก้าอี้ รอง ผอ.สํานักพุทธฯ ได้ ทั้งที่ภรรยาที่อยู่กินมีความผิดเป็นที่ประจักษ์ ในส่วนของคดีตนเองวันนี้ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาเรียบร้อยแล้ว โดยให้การปฏิเสธ ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างดําเนินการ
ด้านแม่ของ “เด็กเชื่อมจิต” กล่าวว่า การที่น้องไปทําบุญถวายสังฆทาน แต่กลับมีการนํารูปพระสงฆ์ไปต่อว่า สมควรแล้วหรือไม่ รวมถึง กรณีที่มีพระรูปหนึ่งไปให้พรในวันเกิดน้องนั้น เป็นเพียงการนิมนต์ไปให้พรเท่านั้น ส่วนเรื่องการเตรียมจัดทําวัตถุมงคลนั้น ไม่เป็นความจริง เป็นเพียงเครื่องประดับที่น้องทําในเวลาว่างเท่านั้น รวมถึงหากมากล่าวหาว่าน้องเป็นเด็กออทิสติก “เตรียมรอรับหมายศาลได้เลย“
ทั้งนี้ ระหว่างที่ทนายธรรมราชให้สัมภาษณ์ ทนายอนันชัยต์ พร้อม นายแทนคุณ และ “ต้นอ้อเป็นหนึ่ง” ได้มาร่วมสังเกตการร์ด้วย ซึ่งมีการโต้เถียงกันเล็กน้อย จากนั้น นายประยุทธ ประเทศเสนา หรือ “มหาหมี” รองประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ทนายธรรมราช อาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อน หรือ อ่านกฎหมายไม่แตก ขณะที่ นายแทนคุณ ระบุอีกว่า ตัวหนังสือทุกตัวที่อยู่ต่อลงมาจากตราครุฑในเอกสารราชการถือว่าเป็นเนื้อเดียวกันทั้งหมด