สำหรับ นายจักรกฤษ ผู้ต้องหา ตรวจสอบแล้วไม่พบว่ามีประวัติอาชญากรรม เพราะก่อนเข้ามาเป็นที่ปรึกษา กก.ตร.ต้องมีการตรวจเช็คประวัติก่อน คงเป็นการคุยโวกันมา และลงภาพการใช้อาวุธปืนอย่างชำนาญในโซเซียลเพื่อโชว์เพาเวอร์มากกว่า ขณะนี้ได้นำหมายไปค้นบ้านพักผู้ต้องหาที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติมแล้ว
ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า ร้านที่เกิดเหตุเป็นของตำรวจในพื้นที่จึงกล้าเปิดเกินเวลา และไม่มีใบอนุญาต ตรวจสอบแล้วไม่มีตำรวจ สภ.หัวหิน คนใดเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่ร้านส่วนใหญ่ชอบอ้างตำรวจเพื่อคุ้มครองเมื่อทำผิด ขณะนี้ ทางตำรวจได้เร่งรัดคดีตามคำสั่ง ผบช.ภ 7 เพื่อให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ขอให้เชื่อมั่นในตำรวจ
"กัน จอมพลัง" กล่าวอีกว่า มันมีหลายประเด็นที่ยังไม่มีคำตอบ วันนี้ทุกภาคส่วน ทั้งจังหวัด ตำรวจ ปกครอง ทหาร ทุกคนก็มานั่งคลี่คลายหาความสบายใจ อย่างประเด็นเช่น บอกว่ามันมีการทะเลาะวิวาทกัน มันมีปัญหากัน อีกฝั่งหนึ่ง สมมุติเล่านิทานว่า
"ถ้าผมไม่สู้ผมจะตายนะ ก็เลยถามตรง ๆ ว่า มันมีปืนอยู่ที่เกิดเหตุกี่กระบอก ถ้ามีการต่อสู้ ถ้าฝั่งนั้นเขาไม่ยิง ทางนี้ยิงขึ้นมาทำไง ได้ปืนเพียงแค่กระบอกเดียว แล้วในตัวของคนตายไม่มีปืน"
เมื่อวานได้คุยกันว่า "คนมือเปล่ากับคนมีปืน มันจะป้องกันตัวก็คุยกันลำบาก" อย่างไรก็ตาม เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ทุกอย่าง ทางผู้บัญชาการภาค 7 ทั้ง รองผู้การประจวบฯ รับปากเน้นย้ำว่า เข้าตรงไหนดำเนินการส่วนนั้น ไม่มีการอ่อนข้อให้ และไม่มีการขอ และไม่มีใครมาขอด้วย