ขณะที่ นายพานทอง ชิวค้า เกษตรกรในพื้นที่ เปิดเผยว่า ในพื้นที่เขตบางขุนเทียน มีพื้นที่ประมงกว่า 20,000 ไร่ มีเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกือบ 1,000 ราย ที่มีการเลี้ยงกุ้ง หอย ปลา และอื่นๆ แต่เมื่อปลาหมอคางดำระบาดเข้ามาทำให้ปลาพื้นถิ่นหายหมด เช่น ปลาหมอเทศ และปลากระบอก รวมถึงปลาในแหล่งน้ำสาธารณะก็สูญหายไปด้วย ทำให้ไม่เพียงเดือดร้อนแค่เกษตรกรแต่เดือดร้อนไปถึงระบบนิเวศทั้งหมดที่ได้รับความเสียหาย
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา เคยกำจัดปลาหมอคางดำออกจากบ่อเลี้ยงกุ้งและปูในพื้นที่ได้หมดแล้ว 100% แต่พอกำจัดหมดแล้ว ก็ยังมีการหลุดรอดเข้าไปจากแหล่งน้ำธรรมชาติ และเข้าไปรุมกินลูกพันธุ์กุ้งที่เลี้ยงไว้ เริ่มตั้งแต่เมื่อปี2566 หากนับมูลค่าความเสียหาย โดยปกติแล้วบ่อกุ้ง 1 บ่อจะใช้เวลา 3 เดือนจะจับกุ้งขึ้นขาย 1 ครั้ง ได้เงินค่ากุ้งประมาณ 2-4 แสนบาท แต่เมื่อปลาหมอคางดำระบาดกลับเหลือมูลค่าเพียงหลักหมื่น หรือบางบ่อก็ขาดทุน จากที่เคยได้กุ้งขายกิโลกรัมละ 200 ถึง 400 บาท กลับได้ปลาหมอคางดำที่ทำได้เพียงขายทิ้งกิโลกรัมละ 5 บาท
สุดท้ายนี้ อยากให้ทางเจ้าหน้าที่เร่งกำจัดปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำสาธารณะ เพราะแม้เกษตรกรจะกำจัดออกจากบ่อเลี้ยงกุ้งได้แล้ว แต่ในแหล่งน้ำสาธารณะเกษตรกรไม่สามารถทำอะไรโดยพลการ เนื่องจากผิดกฎหมายของกรมประมงและไม่มีเครื่องมือ