พ.ต.ท.ภูริทัศน์ กล่าวอีกว่า ตอนนี้ สภ.เมืองตรัง มีกล้อง CCTV ที่เชื่อมต่อเข้าศูนย RTCC ทั้งหมด 325 ตัว เป็นกล้องตำรวจ 112 ตัว กล้องเทศบาลนครตรัง กว่า 150 ตัว และ ยังมีกล้องของเทศบาลนครตรังอีก 300 กว่าตัว ที่อยู่ระหว่างเซ็ตระบบ กล้องของเอกชน จำนวน 20 ตัว และยังมีกล้องจากเทศบาลอื่นๆที่ได้เชื่อมต่อเข้ามา ได้แก่ เทศบาลตำบลนาตาล่วง เทศบาลตำบลบ้านโพธิ์ อบต.ควนปริง
รวมทั้ง ยังได้ขอความร่วมมือไปยังท้องถิ่นอื่นๆ รวมทั้งเข้าไปให้ความรู้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเกี่ยวกับการเชื่อมต่อ การติดตั้งกล้อง ให้สามารถใช้ให้เกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย และเพื่อเป็นประโยชน์ต่อแนวทางสืบสวน ซึ่งหลักการสืบสวนในต่างประเทศจะให้ความสำคัญกับการตรวจภาพจากกล้องเป็นอันดับแรก
ทั้งนี้ ในส่วนของกล้องจากบ้านเรือน ปัญหาที่พบอยู่ในตอนนี้ คือ เป็นกล้องที่ติดตั้งให้ส่องมาเฉพาะหน้าบ้าน หรือ ภายในบ้าน หากกรณีเกิดเหตุร้ายในบ้านจะเห็นแค่จังหวะที่คนร้ายเข้ามาก่อเหตุ แต่ไม่สามารถมองเห็นว่าคนร้ายเดินทางมาและหลบหนีไปในทิศทางใด ทำให้การติดตามจับกุมขาดการเชื่อมโยงกัน ดังนั้นหากประชาชนหรือเอกชน ต้องการติดตั้งกล้องให้เกิดประโยชน์สูงสุด สามารถเข้ามาสอบถามได้ที่ สภ.เมืองตรัง
ด้าน พล.ต.ต.ภัทรวิชญ์ กล่าวว่า ในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.เมืองตรัง เป็นย่านเศรษฐกิจ ชุมชนเมือง ซึ่งสภ.เมืองตรัง ได้เริ่มทำโครงการนี้มาก่อนหน้าแล้ว โดยมีพ.ต.ท.ภูริทัศน์ ชัยศร รองผกก.ป.สภ.เมืองตรัง เป็นคีย์แมนสำคัญในการขับเคลื่อน ตอนนี้เรามีกล้อง 300 กว่าตัว ถือว่าครอบคลุมระดับหนึ่งเท่านั้น แต่ยังไม่ทั่วถึง เราอย่างให้สภ.อื่นๆได้ดำเนินการด้วย ถ้าทุกสภ.ได้ประสานงานเชื่อมกล้อง CCTV เข้ามายังศูนย์ RTCC ก็จะเป็นประโยชน์ต่อการควบคุมอาชญากรรม ทั้งเป็นประโยชน์ต่อการป้อมปรามและการสืบสวนจับกุมคนร้าย
ตอนนี้เราได้ก่อสร้างศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 ที่ตำรวจภูธรจังหวัดตรัง สิ้นปีนี้จะแล้วเสร็จเราจะได้เชื่อมโยงระบบของ สภ.ทั้ง 16 แห่งของจังหวัดตรังมาไว้ด้วยกัน สามารถควบคุมเหตุแบบเรียลไทม์ได้ สามารถเผชิญเหตุได้ทันท่วงที ตอนนี้ตำรวจภูธรจังหวัดตรังได้ของบประมาณจากจังหวัดตรัง จำนวน 10 ล้านบาท เพื่อติดตั้งกล้องเพิ่มอีกในสถานที่สำคัญๆ เช่น แหล่งท่องเที่ยว เส้นทางไปยังแหล่งท่องเที่ยว เส้นทางออกนอกจังหวัดตรังทั้ง 4 มุมเมือง ได้แก่ เส้นทางตรัง-สตูล , เส้นทางตรัง-นครศรีฯ , เส้นทางตรัง-พัทลุง , เส้นทางตรัง-กระบี่ ยิ่งกล้องมีมากขึ้นเหตุที่จะเกิดขึ้นจะลดน้อยลง เพราะคนที่จะก่อเหตุจะเกรงกลัว แนวทางการสืบสวนจับกุมคนร้ายทำได้เร็วขึ้น เพราะมีตาสับปะรดอยู่ทั่วทุกทิศ
"ที่ผ่านมาได้ใช้ประโยชน์จากศูนย์ RTCC ในการติดตามตัวคนร้ายได้หลายคดี เช่น คดีฆ่านักธุรกิจชาวจีน , คดีคนร้ายตระเวนกรีดรถ , คดีชิงทรัพย์ เป็นต้น และในช่วงที่มีการพัฒนากล้องใน 3 เดือนมานี้ พบว่าจากสถิติสามารถติดตามขยายผลจากกล้องวงจรปิดจับกุมคดีอาชญากรรมได้ถึง 100% ดังนั้น ต่อไปหากใครคิดจะทำผิด ก็ขอให้รู้ไว้ว่าตาสัปปะรดมีทั่วเมือง ไม่มีทางหนีรอดแน่นอน" พล.ต.ต.ภัทรวิชญ์ ระบุ