วันที่ 5 ธันวาคม 2566 นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา กล่าวถึงสถานการณ์โรคไข้หูดับในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. -25 พ.ย.2566 มีรายงานผู้ป่วยโรคไข้หูดับแล้ว 548 ราย และมีผู้เสียชีวิต 26 ราย ซึ่งในจำนวนนี้ เป็นผู้เสียชีวิตที่อยู่ในพื้นที่ดูแลของเขตสุขภาพที่ 9 จำนวน 6 ราย ได้แก่ จ.นครราชสีมา 4 ราย จ.ชัยภูมิ 1 ราย และ จ.บุรีรัมย์ 1 ราย ส่วน จ.สุรินทร์ ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ในขณะที่ยอดผู้ป่วยโรคไข้หูดับในเขตสุขภาพที่ 9 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 25 พฤศจิกายน 2566 มีจำนวน 130 ราย เมื่อแยกจำนวนผู้ป่วยเป็นรายจังหวัด พบว่า จ.นครราชสีมา มีผู้ป่วยมากสุด 95 ราย รองลงมาคือ จ.ชัยภูมิ 14 ราย , จ.สุรินทร์ 14 ราย และ จ.บุรีรัมย์ 7 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้าง รองลงมาคือ เกษตรกร และทำงานบ้านตามลำดับ
สำหรับโรคไข้หูดับ เกิดจากการกินเนื้อหมูหรือเลือดหมูสุกๆ ดิบๆ เช่น ลาบหมูดิบ ลาบเลือดดิบ ที่มีเชื้อสเตปโตค็อกคัส ซูอิสปนเปื้อน โดยเชื้อนี้จะอยู่ในทางเดินหายใจของหมู และอยู่ในเลือดของหมูที่ติดเชื้อ สามารถติดต่อผ่านทางบาดแผล รอยถลอก และทางเยื่อบุตาได้ด้วย เมื่อได้รับเชื้อโรคไข้หูดับเข้าไปแล้ว ผู้ติดเชื้อจะมีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ หนาวสั่น สับสนกระสับกระส่าย ปวดข้อ คอแข็ง และมีอาการหูดับ หรือหูหนวก ได้ยินลดลงอย่างเฉียบพลัน รวมทั้ง การทรงตัวผิดปกติ หายใจลำบาก หัวใจเต้นเร็ว ความดันเลือดต่ำ มีจ้ำเลือดทั่วตัว ปวดตา ตาแดง หรือมองภาพไม่ชัด