กระทั่ง วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2565 น.ส.สุวนิตา ได้มาชวนตนออกรถคันแรก เป็นรถปิคอัพแคท 4 ประตูยี่ห้อ Toyota โดยตอนได้รับผลตอบแทนตามที่เพื่อนพูดไว้จริงๆ จากนั้นเป็นต้นมา ตนก็ได้ออกรถ รวมทั้งหมด 6 คัน โดยให้เพื่อนสนิทนำไปปล่อยเช่า แต่แล้วเมื่อเดือนมีนาคม 2566 ที่ผ่านมา ปรากฏว่าเพื่อนรักคนนี้ ไม่ได้ให้ผลตอบแทนเหมือนที่ผ่านมา เมื่อทวงถามก็บ่ายเบี่ยงมาตลอด สุดท้ายก็รับสารภาพว่ารถไม่ได้นำไปปล่อยให้เช่า แต่นำไปขายต่อเป็นเงินดาวน์ให้กับแก๊งจำนำรถแบบว่าเป็นรถที่หลุดจำนำ ทำให้ตนต้องรับภาระผ่อนรถที่เหลืออีก 4 คัน รวมเป็นเงินกว่า 4 ล้านบาท ส่วนรถยนต์อีก 2 คันตนซื้อมาเป็นเงินสด
นอกจากนี้ ตนได้ทราบความจริงอีกว่า เพื่อนสนิทคนดังกล่าวไม่ได้ทำงานที่บริษัทของคนจีนตามที่กล่าวอ้าง แต่มีน้องสาวทำงานอยู่ที่นั่นจริง เมื่อทราบว่าถูกเพื่อนรักหลอกลวงตลอดเวลาที่มา จึงไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจต่างพื้นที่ต่างโรงพัก 6 โรงพัก แต่เกรงว่าคดีจะไม่คืบหน้า จึงอยากขอให้ทนายรณรงค์ ช่วยเหลือในด้านคดีด้วย
ด้าน นายรณรงค์ กล่าวว่า จากการพูดคุยกับผู้เสียหาย เบื้องต้นทราบว่า เป็นลักษณะเหมือนกับหลอกให้อุ้มดาวน์รถ แล้วนำรถไปขายตลาดมืด เหมือนรถหลุดจำนำ หรือไม่ก็อาจจะนำรถทั้งหมดข้ามชายแดนไปขายประเทศเพื่อนบ้านแล้ว หลังจากนี้ตนจะพาผู้เสียหายไปร้องตำรวจไซเบอร์ เพื่อให้ช่วยติดตามคดี เพราะมันเข้าข่ายทั้งยักยอกทรัพย์ ฉ้อโกง ที่น่าแปลกใจรถผู้เสียหายหลายคันถูกนำมาส่งมอบกันใกล้ๆกับกองบัญชาการตำรวจไซเบอร์ อีกต่างหาก เชื่อว่าน่าจะทำกันเป็นขบวนการ