คณะสงฆ์เชียงราย มีมติสั่งปลดพระ 5 รูป ออกจากตำแหน่ง เซ่นร่วมวงมะโขกโหลก
12 ต.ค. 2566

คณะสงฆ์จังหวัดเชียงราย มีมติสั่งปลดพระ 5 รูป ออกจากตำแหน่ง เซ่นร่วมวงมะโขกโหลก พร้อมพิจารณาโทษเข้าข่ายปาราชิกหรือไม่
ข่าว
12 ต.ค. 2566

คณะสงฆ์จังหวัดเชียงราย มีมติสั่งปลดพระ 5 รูป ออกจากตำแหน่ง เซ่นร่วมวงมะโขกโหลก พร้อมพิจารณาโทษเข้าข่ายปาราชิกหรือไม่
12 ตุลาคม 2566 ความคืบหน้ากรณี เพจ “คุณท้าวศรีสุวรรณภิรมย์ภักดี” ได้มีการแชร์ภาพกลุ่มพระภิกษุ 2 - 3 รูป ลักษณะคล้ายมีอาการมึนเมา กำลังเล่นพนัน "น้ำเต้า ปู ปลา" กันอย่างออกรสชาติ โดยคาดว่า วงพนันนี้ อาจเป็นบ่อนการพนัน ซึ่งตั้งอยู่ใน จ.เชียงราย หรือข้ามฝั่งไปยังท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ซึ่งกรณีดังกล่าว ทางสำนักพุทธฯ ได้ตั้งกรรมการสอบ พระภิกษุที่ปรากฎในภาพ หากผิดจริงจะดำเนินการตามพระวินัย ตามที่นำเสนอไปนั้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
ล่าสุด ทาง พระพุทธิญาณมุนี เจ้าคณะจังหวัดเชียงราย มีคำสั่งให้คณะสงฆ์ จ.เชียงราย เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยมอบหมายให้ พระครูสิริธรรมนิวิฐ เจ้าหน้าที่คณะอำเภอเมือง ร่วมกับ นายโสไกร ใจหมั้น ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมหารือที่วัดศรีบุญเรือง เขตเทศบาลนครเชียงราย เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง และวางมาตรการลงโทษ กับคณะสงฆ์ที่ปรากฎในภาพ
นายโสไกร ใจหมั้น ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวได้เกิดขึ้นจริง แต่เป็นเหตุที่เกิดขึ้น ตั้งแต่วันที่ 4 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยมีพระภิกษุใน จ.เชียงราย จำนวน 5 รูป รับกิจนิมนต์ร่วมงานวัดเวียงแก้ว ในพื้นที่ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ประกอบด้วยเจ้าคณะตำบล 1 รูป เจ้าอาวาสวัด 2 รูป และพระลูกวัดอีก 2 รูป แต่เพิ่งจะมาเป็นข่าวในสื่อสังคมออนไลน์
ทางสำนักพุทธฯ จ.เชียงราย ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ร่วมกับคณะสงฆ์เชียงราย ตั้งกรรมการสอบสวนในทันที ซึ่งพระสงฆ์ทั้ง 5 รูป ยอมรับว่า เป็นบุคคลในภาพจริง โดยอ้างว่า การละเล่นเหล่านั้น เป็นประเพณีของท้องถิ่น ที่เล่นกันอย่างแพร่หลาย
แต่ก็ถือเป็นการกระทำผิดวินัยของสงฆ์ และเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม จึงมีนัดหมายประชุม เพื่อพิจารณาบทลงโทษกันอีกครั้ง แต่ปรากฎว่า พระภิกษุทั้ง 5 รูป ได้หลบหนีไปทั้งหมด ทำให้ไม่ได้มีการสอบสวนเพิ่มเติม หรือดำเนินการบทลงโทษ
จากการพิจารณาของคณะสงฆ์อย่างถี่ถ้วน ได้มีมติและคำสั่งให้ปลดพระสงฆ์ทั้ง 5 รูปออกจากตำแหน่งที่มีอยู่ทั้งหมด โดยไม่สามารถที่จะยุ่งเกี่ยว กับทางคณะสงห์หรือกับทางวัดต่าง ๆ ได้อีก แต่ยังไม่ขั้นที่ปาราชิก เพราะถือเป็นความผิดวินัย ที่ยังไม่ร้ายแรงมากนัก และทางผู้กระทำผิด ยังไม่ได้ชี้แจงโดยละเอียด เพราะหลบหนีไปก่อน ส่วนโทษจะถึงปาราชิกหรือไม่นั้น ทางคณะสงฆ์จะมีการพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง
และเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ ทางคณะสงฆ์ได้มีการวางกฎ สำหรับพระภิกษุที่จะเดินทางไปยังประเทศเพื่อนบ้าน จะต้องรับได้อนุญาตจากทางวัด หรือทางคณะสงฆ์ระดับอำเภอ หรือระดับจังหวัดเสียก่อน และต้องมีการแสดงว่า มีการนิมนต์ให้ไปร่วมงานต่าง ๆ จริง ไม่สามารถที่จะเดินทางโดยพละการได้อีก
อยากฝากเตือนให้พระภิกษุว่า การเข้าไปร่วมในวงอโคจร นั้นเป็นเรื่องไม่ดี และไม่เหมาะสม ควรหลีกเลี่ยงเข้าไปในทุกสถานการณ์ แม้กิจกรรมเหล่านั้น จะเป็นเรื่องปกติของท้องถิ่น แต่หากพระเข้าไป ก็เป็นภาพที่ไม่งาม ทำให้ภาพของพระได้รับความเสื่อมเสีย
ข่าวล่าสุด