กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้คาดการณ์ปริมาณน้ำที่ สถานี C2 อำเภอเมืองนครสวรค์ จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 1,500-1,9000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และปริมาณน้ำจากแม่น้ำสะแกกรังและลำน้ำสาขา มีปริมาณประมาณ 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งทำให้ปริมาณน้ำที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยา มีปริมาณระหว่าง 1,000 - 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
กรมชลประทาน รับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งสองฝั่งประมาณ 600 - 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงมีความจำเป็นต้องควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราระหว่าง 1,400 - 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ริมน้ำมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันอีกประมาณ 0.20 - 0.60 เมตรบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำบริเวณ คลองโผงเผง จังหวัดอ่างทอง , คลองบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา , ตำบลลาดชิด ตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (แม่น้ำน้อย) อาจกระทบต่อพื้นที่ชุมชน หากมีน้ำเหนือเพิ่มขึ้นซึ่งจะส่งผลให้มีน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา มากกว่า 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะแจ้งให้ทราบต่อไป
ทั้งนี้ กรมชลประทานจะบริหารจัดการน้ำและควบคุมปริมาณการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ให้อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าวอย่างเต็มศักยภาพ และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำ กรมชลประทานได้แจ้งเตือน 11 จังหวัดในลุ่มน้ำเจ้าพระยา รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกาศประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนหน่วยงาน บริษัท ห้างร้าน ที่ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร เป็นต้น รวมทั้งประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย ขอให้เฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด