เนชั่นทีวี

ข่าว

"เขื่อนเจ้าพระยา"ระบายน้ำแตะ 1,449 ลบ.ม. เตรียมรับน้ำเหนือ

04 ต.ค. 2566 | tiyakorn_won

"เขื่อนเจ้าพระยา"ระบายน้ำแตะ 1,449 ลบ.ม. เตรียมรับน้ำเหนือ

"เขื่อนเจ้าพระยา" ปรับเพิ่มการระบายน้ำเป็น 1,449 ลบ.ม.ต่อวินาที เตรียมรับน้ำเหนือ เฝ้าระวังพื้นที่ท้ายเขื่อน ด้านกรมชลฯ เตือน 11 จังหวัดในลุ่มน้ำเจ้าพระยา จับตาสถานการณ์ใกล้ชิด

วันที่ 4 ตุลาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่ "ลุ่มน้ำเจ้าพระยา" ว่ายังน่าเป็นห่วง  เพราะปริมาณน้ำด้านเหนือเขื่อนยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และทาง "เขื่อนเจ้าพระยา" ยังคงปรับเพิ่มปริมาณการระบายน้ำลงสู่พื้นที่ด้านท้ายเขื่อน  เพื่อรองรับน้ำเหนือที่จะมาถึง  โดยปัจจุบันสถานการณ์น้ำที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านที่ 1,676 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  ส่วนที่บริเวณเขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มีปริมาณน้ำด้านเหนือเขื่อน 16.50 เมตร/รทก.  มีปริมาณน้ำทางด้านท้ายเขื่อน 12.64 เมตร/รทก.  ระดับน้ำห่างจากตลิ่ง 3.7 เมตร  

ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยามีอัตราการบายน้ำผ่านเขื่อนที่ 1,449 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากวานนี้ 160 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  ส่งผลทำให้ที่สถานีวัดน้ำ C.3 บ้านบางพุทรา อ.เมือง จ.สิงห์บุรี มีมวลน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 1,313 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที 

ซึ่งการระบายน้ำดังกล่าวเริ่มส่งผลกระทบในพื้นที่ลุ่มต่ำของ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.บางบาล อ.ผักไห่ และ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ที่มีน้ำเอ่อเข้าท่วมใต้ถุนบ้านเรือนของประชาชนในพื้นที่นอกคันกันน้ำ

ทางกรมชลประทานจะควบคุมการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาไม่ให้เกิน 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทั้งยังผันน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทางด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยาทั้งสองฝั่งลองลำน้ำอย่างเต็มศักยภาพ ประมาณ 387 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  เพื่อลดผลกระทบให้กับพื้นที่ด้านท้ายน้ำ 

อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกันน้ำด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ตั้งแต่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ลงไป ยังคงต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

"เขื่อนเจ้าพระยา"ระบายน้ำแตะ 1,449 ลบ.ม. เตรียมรับน้ำเหนือ

ทั้งนี้กรมชลประทานยังได้แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ฉบับที่ 3 ระบุว่า  ตามประกาศสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ฉบับที่ 1/2566 เรื่องเฝ้าระวังน้ำหลากดินถล่มและน้ำลันตลิ่ง ซึ่งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ติดตามสถานการณ์น้ำในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา  ร่องมรสุมทำให้เกิดฝนตกหนักสะสมบริเวณภาคเหนือ ทำให้มีน้ำในลำน้ำเพิ่มมากขึ้นและมีปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำปริมาณมาก โดยอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ขนาดกลาง และขนาดเล็ก มีปริมาณน้ำสูงกว่าเกณฑ์เก็บกักน้ำสูงสุด และกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ในวันที่ 3-6 ตุลาคม 2566 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้  สทนช. ได้วิเคราะห์คาดการณ์จะมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น  ส่งผลให้น้ำล้นตลิ่งบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริมลำน้ำในแม่น้ำวัง แม่น้ำยม และแม่น้ำเจ้าพระยา นั้น

"เขื่อนเจ้าพระยา"ระบายน้ำแตะ 1,449 ลบ.ม. เตรียมรับน้ำเหนือ

กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้คาดการณ์ปริมาณน้ำที่ สถานี C2 อำเภอเมืองนครสวรค์ จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 1,500-1,9000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และปริมาณน้ำจากแม่น้ำสะแกกรังและลำน้ำสาขา มีปริมาณประมาณ 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งทำให้ปริมาณน้ำที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยา มีปริมาณระหว่าง 1,000 - 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

กรมชลประทาน รับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งสองฝั่งประมาณ 600 - 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  จึงมีความจำเป็นต้องควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราระหว่าง 1,400 - 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  

ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ริมน้ำมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันอีกประมาณ 0.20 - 0.60 เมตรบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำบริเวณ คลองโผงเผง จังหวัดอ่างทอง , คลองบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา , ตำบลลาดชิด ตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (แม่น้ำน้อย) อาจกระทบต่อพื้นที่ชุมชน  หากมีน้ำเหนือเพิ่มขึ้นซึ่งจะส่งผลให้มีน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา มากกว่า 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะแจ้งให้ทราบต่อไป

ทั้งนี้ กรมชลประทานจะบริหารจัดการน้ำและควบคุมปริมาณการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ให้อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าวอย่างเต็มศักยภาพ และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำ กรมชลประทานได้แจ้งเตือน 11 จังหวัดในลุ่มน้ำเจ้าพระยา รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกาศประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนหน่วยงาน บริษัท ห้างร้าน ที่ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร เป็นต้น รวมทั้งประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย ขอให้เฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ข่าวล่าสุด