น้องยืนยันว่าคุณแม่ให้เปลี่ยน จึงบอกว่างั้นวันนี้ขอระบุนะเพราะครั้งที่แล้วก็ระบุไปแล้วว่า ไม่ประสงค์จะกลับมาใช้ชื่อเดิมหรือชื่อใหม่อีก ซึ่งคุณแม่เป็นคนบอกระบุเอง ครั้งนี้ขอเขียนว่าถ้ามีการเปลี่ยนแปลงขอหนังสือรับรองแพทย์นะ เพื่อระบุถึงสติสัมปชัญญะแค่นั้น ไม่ได้พูดหยาบคายอะไร หรือสื่อความหมายว่าบ้าตามที่คุณแม่ให้ข่าวไป
น.ส.ณัชชา กล่าวอีกว่า หลังจากที่น้องได้ใบเปลี่ยนชื่อไปแล้ว สักพักคุณแม่น้องก็เดินเข้ามาที่ห้องบอกว่ามาหาตนเอง ซึ่งตอนนั้นตนเองกำลังให้บริการประชาชนอยู่ จึงบอกว่ายังไม่สะดวกนะคะ แต่คุณแม่ไม่รอเดินเข้ามาชี้หน้าด่าเลยว่า คุณใช่มั้ยหาว่าลูกชั้นบ้า ก็เลยบอกว่าไม่มีใครว่าลูกคุณแม่บ้า สติสัมปชัญญะไม่ได้แปลว่าบ้า เค้าบอกว่าแล้วเจอกัน ก่อนที่จะเดินออกไป
ส่วนคำว่าบ่อยครั้ง เรามองว่าปี 65 เขามีการเปลี่ยนไปแล้ว ก่อนเปลี่ยนกลับมาใช้ชื่อเดิมอีก บางครั้งก็เป็นดุลยพินิจ อีกอย่างด้วยความที่เป็นอำเภอชายแดน มีการเปลี่ยนชื่อเพื่ออำพรางตัวตน เนื่องจากติดแบล็คลิสต์ในประเทศมาเลเซีย ก็ต้องมีความรอบคอบ เพราะการเปลี่ยนชื่อทำให้เขาสามารถหลบหนีเข้าไปได้ ทั้งที่เป็นคนเดิมแต่ใช้วิธีการเปลี่ยนชื่อ ซึ่งเราจะเจอกรณีอย่างนี้เรื่อย ๆ
ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อความที่ได้ระบุไว้หลังจากเปลี่ยนชื่อเสร็จ น.ส.ณัชชา กล่าวว่า จากการที่เป็นเจ้าหน้าที่ คำพูดนี้ด้วยความคุ้นชิน เวลาประชาชนมาทำพินัยกรรม เราก็จะบอกว่าให้คุณลุงคุณป้า ไปขอใบรับรองแพทย์มาด้วยว่า มีสติสัมปชัญญะครบถ้วนทุกประการ ซึ่งเป็นข้อความที่เราใช้พูดคุยกับประชาชนที่มาใช้บริการ ที่ห้องทะเบียนอยู่แล้ว ในส่วนของการเปลี่ยนชื่อไม่ได้มีข้อกฎหมายระบุ แต่เป็นดุลยพินิจ ดูความประสงค์ ดูรอบด้าน
อยากจะบอกทุกคนว่าในส่วนของห้องทะเบียนอำเภอสะเดา ยินดีให้บริการประชาชนรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหน ๆ แต่ต้องขึ้นอยู่กับกฎหมาย ระเบียบว่าจะต้องถูกต้อง ตรงไปตรงมาตามกฎหมายแค่นั้นเอง ทางห้องทะเบียนไม่มีปฎิเสธ มีแต่ให้ความช่วยเหลือ ใช้หลักรัฐศาสตร์เข้ามาใช้ในการบริการมากกว่า ซึ่งอาจต้องใช้ดุลยพินิจเป็นเรื่อง ๆ ไป ไม่ได้มีเจตนาจะให้ร้ายประชาชนเลย