นางสาวชฎามาส กล่าวอีกว่า เมื่อเช็คบัญชีธนาคารจากแอพฯที่โทรศัพท์มือถือปรากฎว่าไม่มีเงินโอนเข้ามาแต่อย่างใด จึงแชทไลน์ไปบอกกับนายแมนว่าเงินยังไม่เข้าบัญชี ซึ่งได้รับคำตอบว่าเงินได้ตัดบัญชีของบริษัทฯไปแล้ว เดี๋ยวจะไปจ่ายเงินแทนเมื่อไปถึง เราก็เชื่อใจเพราะเห็นว่าเป็นคนของบริษัทฯที่กล่าวอ้างน่าเชื่อถือ จึงให้ลูกน้องและกุ๊กในครัวไปซื้อของสดเพื่อเตรียมทำอาหาร เช่น ปลากะพง อาหารทะเล และผัก รวมเป็นเงินกว่า 1 หมื่นบาท และได้เตรียมปรุงอาหารจนครบ เมื่อใกล้เวลาที่นัดหมาย ทางร้านได้รับการติดต่อจากนายแมนผ่านทางไลน์อีกครั้ง บอกว่าเจ้านายชอบดื่มไวท์แล้วก็ส่งรูปขวดไวท์ให้ดูจำนวน 2 ขวด โดยนายแมน บอกว่าหากหาไวท์ไม่ได้ ตนรู้จักกับบริษัทไวท์เพราะซื้อให้เจ้านายอยู่เป็นประจำเวลามีงานเลี้ยงของบริษัท และขอให้ทางร้านทุ่งเนินแจง โอนเงินให้ร้านไวทที่มีคอนแท็คไว้ โดยไวท์ที่อยากได้เป็นไวท์หายาก มีการระบุปีผลิตของไวท์ที่ต้องการด้วย
และจากการเช็คราคาไวน์ดังกล่าว มีราคาขวดละประมาณ 20,000 บาท รวมกันก็เป็นเงิน 40,000 บาท ตนเริ่มไม่ไว้ใจ คาดว่าจะเป็นกลโกงของมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงินและนำเงินส่วนนี้ไป อีกทั้งสลิปโอนเงินค่าอาหาร จากการตรวจสอบก็เป็นสลิปปลอมอีก เลยลองติดต่อนายแมนทั้งทางโทรศัพท์และทางไลน์ก็ไม่สามารถติดต่อได้แล้ว จึงรู้ว่าถูกหลอก และมาแจ้งความกับกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุทัยธานี เพื่อดำเนินคดีนายแมนตามกฎหมาย