รวบแล้ว โจร “ไรเดอร์ส่งอาหาร” ตระเวนกระชากสร้อยทอง
17 ก.ย. 2566 | thunchanok_kul

ตำรวจปากน้ำ รวบโจรในคราบ “ไรเดอร์ส่งอาหาร” ตระเวนก่อเหตุกระชากสร้อยทอง 3 ครั้งติด สอบสวนรับสารภาพ จะเลือกเหยื่อสูงวัย และใส่สร้อยทอง เพื่อง่ายต่อการหลบหนี
ข่าว
17 ก.ย. 2566 | thunchanok_kul

ตำรวจปากน้ำ รวบโจรในคราบ “ไรเดอร์ส่งอาหาร” ตระเวนก่อเหตุกระชากสร้อยทอง 3 ครั้งติด สอบสวนรับสารภาพ จะเลือกเหยื่อสูงวัย และใส่สร้อยทอง เพื่อง่ายต่อการหลบหนี
จากกรณีคนร้ายแต่งกายคล้ายพนักงานส่งอาหาร หรือ “ไรเดอร์” ขับขี่รถจักรยานยนต์ ตระเวนก่อเหตุกระชากสร้อยคอทองคำ เหตุเกิดภายใน ซอยมังกร-นาคดี และ บริเวณใกล้เคียง ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.เมืองสมุทรปราการ จำนวน 3 ครั้ง โดยได้ทรัพย์สินไปจำนวนหนึ่ง หลังก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ทั้งนี้ ขณะเกิดเหตุภาพจากกล้องวงจรปิดริมถนน ภายในหมู่บ้านแสงปัญญา ตำบลแพรกษา อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ สามารถจับภาพ “ไรเดอร์” สวมเสื้อแขนสั้นสีเขียว-เหลือง กางเกงขายาว สวมหมวกกันน็อกครึ่งใบ สีเขียวอ่อน นั่งอยู่บนรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า เอ็นแม็ก สีดำ มีกระเป๋าใส่ของสีเขียวอยู่ท้ายรถ จอดอยู่หน้าร้านขายของชำ ก่อนจะก่อเหตุกระชากสร้อยข้อมือหญิงที่นั่งอยู่บริเวณหน้าร้านขายของชำ จนล้มลงไปที่พื้น ก่อนที่จะขับขี่หลบหนีไปทางท้ายซอย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ วันที่ 15 กันยายน 2566
อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คาดว่า คนร้ายที่ก่อเหตุน่าจะเป็นคนเดียวกันกับที่ก่อเหตุกระชากสร้อยที่ หมู่บ้านทรัพย์มงคล 1 ซอยสุดใจ และ หมู่บ้านเฟื่องฟ้า 9 เฟส 1 ที่เกิดเหตุก่อหน้านี้
วันที่ 17 กันยายน 2566 ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ นำโดย พ.ต.อ.นพดล ช่างเรือน ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ยอดรัก กิตติลัภนะรัตน์ สว.สส. และพ.ต.ต.ชัชพงศ์ ขาวสะอาด สว.สส. พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายจักรภัทร หรือบิ๊ก วงษ์นิล อายุ 26 ปี ชาวจังหวัดกรุงเทพมหานคร ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 690-691/2566 ลงวันที่ 15 กันยายน 2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน วิ่งราวทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือ เพื่อให้พ้นจากการจับกุม โดยสามารถจับกุม นายจักรภัทร ได้ที่ หน้าบ้านเลขที่ 135/301 ถนนเลียบวารี แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เวลา 08.00 น วันที่ 17 กันยายน 2566
จากการสอบถาม นายจักรภัทร ให้การรับสารภาพว่า ตนเองทำงานเป็นพนักงานส่งอาหารจริง และได้ก่อเหตุในเขตพื้นที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ มาแล้วถึง 3 ครั้งด้วยกัน โดยจะออกตระเวรหาเหยื่อ บริเวณซอยมังกร-นาคดี และ บริเวณใกล้เคียง และเมื่อพบเป้าหมายที่เป็นคนสูงอายุ หรือเหยื่อที่เป็นหญิงรูปร่างท้วม เพราะจะสามารถหลบหนีได้ง่าย โดยเมื่อพบเหยื่อก็จะลงมือก่อเหตุกระชากสร้อยทันที ทั้งนี้ หลังจากสอบสวนในเบื้องต้น ตำรวจชุดจับกุมได้นำตัว นายจักรภัทร ส่งพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เพื่อดำเนินคดีตากฎหมายต่อไป
ต่อมา ทีมข่าวได้เดินทางไปยังร้านขายของชำ ภายในหมู่บ้านแสงปัญญา จากการสอบถามชาวบ้านละแวกดังกล่าวทราบว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เกิดขึ้นเร็วมาก โดยที่ผู้ก่อเหตุลงมือกระชากแล้วก็รีบหลบหนีไป โดยผู้ที่ตกเป็นเหยื่อยังไม่ทันตั้งตัวอะไรเลย โดยวันเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์มาสั่งน้ำอัดลม ส่วนผู้เสียหายนั่งอยู่บริเวณหน้าร้านขายของชำ ผู้ก่อเหตุได้หันหน้าออกนอกถนน เพื่อไม่ให้ผู้เสียหายเห็นหน้า หรือ จำหน้าได้ จากนั้นไม่นาน ผู้ก่อเหตุจึงได้ลงมือกระชากสร้อยข้อมือของผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายได้ยื้อเอาไว้ ทำให้ผู้ก่อเหตุ ได้กำไรข้อมือทองคำของผู้เสียหายไปเพียงครึ่งเดียว ซึ่งเป็นกำไรข้อมือทองคำ น้ำหนัก 1 บาท
หลังก่อเหตุ คนร้ายได้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปด้านหน้าปากซอย โดยปกติแล้วเหตุการณ์ดังกล่าว ไม่เคยเกิดขึ้นภายในหมู่บ้าน ส่วนมากจะเกิดที่ถนนใหญ่มากกว่า ขณะที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ใกล้เคียงพบว่า ผู้ก่อเหตุมีลักษณะใกล้เคียงกัน ทั้งหมวกกันน็อกที่ใส่ และ รถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ คาดว่าน่าจะเป็นผู้ก่อเหตุรายเดียวกันที่ตระเวนก่อเหตุกระชากสร้อยในพื้นที่
สำหรับการก่อเหตุใน หมู่บ้านทรัพย์มงคล 1 ซอยสุดใจ ตำบลแพรกษา อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ นางปราณี ควรครู อายุ 55 ปี ผู้เสียหาย เล่าว่า เหตุกระชากสร้อยดังกล่าว เกิดขึ้นในช่วงบ่าย ขณะนั้น กำลังออกจากบ้านไปใส่กุญแจรั้ว เพื่อไปขายของที่ตลาดทรัพย์พัฒนา โดยได้ปั่นจักรยานออกไปเกือบถึงปากซอยแล้ว จากนั้นรถน้ำแข็งก็วิ่งผ่านมา ทำให้ตนเองต้องจอดจักรยาน เพื่อให้รถน้ำแข็งไปก่อน กระทั่งมีรถจักรยานยนต์ขับมาเบียดด้านข้าง ครั้งแรกคิดว่า มีใครมาแกล้งแหย่ ก่อนจะหันไปมอง คนร้ายก็ได้กระตุกสร้อยคอทองคำไปแล้ว ด้วยความตกใจ จึงได้สะบัดหนี พร้อมกับร้องให้คนช่วย ทำให้คนร้ายหลบหนีไป
"ป้าใส่สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท และพระหลวงพ่อโสธรเลี่ยมทอง เขาได้ไปกำนึง เป็นสร้อยที่ขาด เขาได้ไปไม่หมด เพราะอีกครึ่งเส้นมันคาอยู่ที่เสื้อของป้า ลักษณะของคนร้ายจะผอมสูง ป้ายทะเบียนรถไม่มี แต่ข้างหลังรถมีกระเป๋าแกร๊บสีเขียว เหมือนไรเดอร์ส่งอาหาร จากที่ดูภาพที่ลูกชายให้ดู น่าจะเป็นคนเดียวกันกับที่อาละวาดอยู่ที่ซอยมังกร จึงอยากเตือนภัยให้ทุกคนได้ระวัง
ด้าน นายณัฐพล หมวดสันเทียะ ชาวบ้าน เล่าว่า เมื่อวานประมาณบ่ายสองกว่า ๆ ขณะที่ ตนกำลังจะออกไปทำธุระ เห็นคนจูงจักรยานตะโกนขอความช่วยเหลือว่าโดนกระชากสร้อย พอสังเกตไปข้างหน้าก็เห็นไรเดอร์กำลังขี่รถจักรยานยนต์ออกไปทางปากซอย ซึ่งตนจำได้ว่าเป็นไรเดอร์ที่มาส่งของที่บ้าน ตนจึงรีบตามไปจนถึงปากซอยแต่ตามไม่ทัน ช่วงนี้ในพื้นที่ใกล้เคียงได้ถูกโจรไรเดอร์ตระเวนก่อเหตุบ่อย ตนได้ยินข่าวมาว่าไปก่อโดนกันมาแล้วหลายซอย ช่วงนี้ก็ไว้ใจใครไม่ได้เลย
"อยากฝากถึงเพื่อนพ้องน้องพี่ทุกคน ไม่ว่าจะอยู่บ้านคนเดียวหรืออยู่กันหลายคน พวกไรเดอร์ตอนนี้มันมาหากินแบบใหม่ อ้างเป็นบริษัทนู้นบริษัทนี้ เข้ามาแกล้งถามบ้านเลขที่ อย่าเปิดประตูให้มัน ถ้าไม่มั่นใจว่าเป็นของเรา คือ พูดคำเดียวว่าไม่รู้ไปเลย ยิ่งใส่ของมีค่ามันจะยิ่งมาแวบ ๆ บ่อย อันนี้มันมาถามบ่อยเหลือเกิน ก็อยากให้ระวัง ๆ กันหน่อย พวกไรเดอร์ส่งของแต่ละบริษัท เดี๋ยวนี้ไม่น่าไว้ใจเหมือนแต่ก่อนแล้ว เพราะมันแอบแฝงมาในรูปหลายแบบ และเมื่อวานนี้บ้านตรงข้ามตนก็โดนกระชากสร้อย ดีไม่โดนหมดทั้งเส้น" นายณัฐพล กล่าว