ชาวประมง นอนผวา หลังพบเศียรพระ กลางทะเลประจวบฯ สุดท้ายต้องมาขอขมา
27 ส.ค. 2566

ชาวประมงผวา พบเศียรพระ คาดว่ามีอายุ 60-100 ปี กลางอ่าวประจวบฯ นอนผวาทุกคืน จนต้องกลับมานำขึ้นไว้บนบก และขอขมา ขอพร ขอโชคลาภ
ข่าว
27 ส.ค. 2566

ชาวประมงผวา พบเศียรพระ คาดว่ามีอายุ 60-100 ปี กลางอ่าวประจวบฯ นอนผวาทุกคืน จนต้องกลับมานำขึ้นไว้บนบก และขอขมา ขอพร ขอโชคลาภ
27 สิงหาคม 2566 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บริเวณต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ หน้าศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อตรวจสอบหลังได้รับแจ้งมีชาวประมงพื้นบ้านนำเศียรพระเก่าแก่มาวางไว้บริเวณโคนต้น และทำพิธีขอขมา เมื่อไปถึงพบว่าชาวประมงคนดังกล่าวไม่สะดวกที่จะออกสื่อ และเดินทางกลับแล้ว แต่ผู้สื่อข่าวได้พบกับแม่ค้าที่จำหน่ายอาหารลิงแสมที่นั่งอยู่บริเวณนั้น
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบเป็นเศียรพระที่หล่อสร้างขึ้นด้วยปูนขัดมัน เฉพาะส่วนที่เป็นศีรษะ ส่วนบริเวณลำตัวองค์พระไม่ทราบว่าอยู่ที่ใด โดยสภาพของเศียรพระที่พบด้านบนบริเวณศีรษะมีรอยบิ่นแตก ส่วนบริเวณใบหน้าและศีรษะโดยรอบบริเวณจุดอื่นๆยังมีสภาพสมบูรณ์ มีหอยเพรียงขนาดเล็กเกาะอยู่บริเวณโดยรอบ คาดว่ามีอายุมากกว่า 60-100 ปี
โดยชาวประมงพื้นบ้านที่พบนำมาวาง ไว้ที่บริเวณโคนต้นโพธิ์ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีชาวบ้านมาถ่ายภาพกราบไหว้ขอโชคลาภ และจดป้ายทะเบียนรถซาเล้งของชาวประมงนำไปเสี่ยงโชค
ยายจ๋า แม่ค้าขายอาหารลิง บริเวณเขาช่องกระจก กล่าวว่า คนที่นำเศียรพระมาวางไว้ เป็นหนุ่มชาวประมง อาศัยอยู่ที่ ต.คลองวาฬ มาปรึกษากับตนเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา ได้ลากอวนหาปลาที่บริเวณกลางอ่าวประจวบ ช่วงโค้งเขาช่องกระจก และอวนได้ลากติดเศียรของพระพุทธรูป มีน้ำหนักกว่า 10 กิโลกรัม จากนั้นได้นำมาวางไว้บริเวณสันเขื่อนกันคลื่น และกลับบ้าน
จากนั้นชาวประมงคนดังกล่าวนอนไม่หลับฝันผวาทุกคืน ตนจึงได้แนะนำไปว่าให้เอาเศียรของพระที่พบขึ้นมาจากน้ำไว้บนบกบริเวณโคนต้นโพธิ์และขอขมา ขอพร ขอโชคลาภ จะเป็นสิริมงคลกว่าเอาท่านไว้ในทะเล และหลังจากชาวประมงคนดังกล่าวได้นำเศียรพระมาไว้บริเวณโคนต้นโพธิ์แล้ว ได้รีบกลับบ้านด้วยความกลัวจะถูกกล่าวหาว่าไปขโมยเศียรพระมา
ด้าน นายนพดล อายุ 57 ปี พ่อค้าขายขนมหวาน หน้าตลาดแห่งหนึ่ง กล่าวว่า สมัยเด็กเมื่อประมาณ 50 ปีก่อน บริเวณอ่าวประจวบ และบริเวณโค้งเขาช่องกระจก ไม่มีเขื่อนกันคลื่น เป็นเพียงหาดทรายและบริเวณที่พื้นด้านล่างของเขาช่องกระจกฝั่งทะเล จะมีถ้ำมีรูปปั้นของพระ และพระนอนอยู่ภายในถ้ำสามารถเข้าไปกราบสักการะได้
"สมัยนั้นยังมีพระจำพรรษาอยู่ภายในถ้ำ และต่อมาถูกน้ำทะเลซัดทรายเข้ามาทับถมภายในถ้ำจนตื้นเขิน เกือบปิดสนิทปัจจุบันไม่สามารถเข้าไปในถ้ำได้ ส่วนสาเหตุเศียรพระไปอยู่ในทะเลได้อย่างไรตนก็ไม่ทราบ แต่สันนิษฐานว่าเศียรพระที่พบอาจเป็นเศียรพระที่เคยอยู่บริเวณเขาช่องกระจกแห่งนี้ก็เป็นได้" นายนพดล กล่าว
ข่าวล่าสุด