ทั้งนี้ นายเสริมวิทย์ ได้นำภาพถ่ายใบรับรองแพทย์ ที่ระบุว่า อยู่ในสภาวะของ "การสลายกล้ามเนื้อ" ถือว่า อาการหนัก เพราะเกิดอาการที่เรียกว่า ค่าของเลือดสูง ที่จะส่งผลกระทบต่อไต เสี่ยงอาจจะทำให้เกิดสภาวะไตวาย จนอาจจะเสียชีวิตได้ แพทย์แนะนำว่า ให้นอนพักรักษาตัวอยู่ รพ. เพื่อให้อยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด แต่เด็กไม่ยอมอยู่ รพ. ขอกลับมานอนรักษาตัว และกินยาอยู่ที่บ้าน
นายเสริมวิทย์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุ แล้วมีคนนำเรื่องนี้ ไปโพสต์ทางโซเชียล ปรากฏว่า ทางผู้อำนวยการโรงเรียน และครูคนดังกล่าว ได้นำกระเช้ามาเยี่ยม พร้อมกับแสดงเจตนารมณ์ ที่จะเยียวยา และเสียใจกับเหตุที่เกิดขึ้น พร้อมกับขอให้ลบโพสต์เรื่องราวดังกล่าว เพราะกระทบต่อชื่อเสียง และความเสียหายแก่โรงเรียน
แต่จากการพูดคุย กับคนที่โพสต์เรื่องราวดังกล่าว ยืนยันว่า จะไม่ลบจนกว่าเรื่องราวจะจบลง หลังจากคนเจ็บ หายเป็นปกติแล้วเท่านั้น เพราะตอนนี้ ที่วิตกกังวลที่สุดคือ กลัวว่าอาการจะรุนแรง จนไม่แน่ใจว่า จะหายเมื่อไร และที่วิตกกังวลคือ เมื่อหายแล้ว จะเป็นเหมือนเดิมหรือไม่
ดังนั้น แม้ทางผู้บริหารโรงเรียน หรือผู้อำนวยการเขตการศึกษา ที่มาเยี่ยม จะแสดงเจตนารมณ์ ที่จะจ่ายเงินเยียวยา ค่ารักษาให้ในตอนนี้ เพื่อจบเรื่อง แต่หากลูกสาวยังไม่หาย ตนยืนยัน จะไม่รับเงินเยียวยา และค่ารักษาในช่วงนี้ และหากจะดูแลเยียวยาค่ารักษาใด ๆ จนกว่าจะหายดี แล้วจึงจะรับ เพราะเกรงว่า หากรับแล้วจะมีปัญหาตามมาภายหลัง จึงต้องรอให้ลูกสาวหายดีแล้วเท่านั้น จึงจะมีการพูดคุยกัน
ยืนยันว่า ไม่มีเจตนาที่จะเรียกร้องค่าเสียหายอะไร นอกเหนือจากการรักษาพยาบาลลูกสาว ให้คืนสู่สภาวะปกติก่อน และไม่มีเจตนาจะเรียกเงินชดใช้ นอกเหนือจากการรักษาอาการของลูกสาว
ส่วนของการที่ครูคนดังกล่าว ทำรุนแรงเช่นนี้กับเด็ก ทราบว่า ทำมาหลายรอบแล้ว และลูกสาวของตน ก็ไม่ใช่รายแรก ตนคิดว่า ควรเลิกได้แล้ว กับการทำโทษเด็กเช่นนี้ ส่วนจะมีการเรียกร้อง ให้ลงโทษครูหรือไม่ ตนไม่อยากพูดถึง ควรจะเป็นเรื่องของ ผอ. และฝ่ายบริหารรับไปพิจารณาว่า ควรจะลงโทษหรือไม่อย่างไร และไม่อยากให้เกิดขึ้นกับเด็กคนอื่น ๆ อีก