เนชั่นทีวี

ข่าว

พ่อ ม.2 ที่ถูกทำโทษลืมไม้แบด ลั่นไม่รับเงินเยียวยา จนกว่าลูกจะหาย

27 ส.ค. 2566

พ่อ ม.2 ที่ถูกทำโทษลืมไม้แบด ลั่นไม่รับเงินเยียวยา จนกว่าลูกจะหาย

พ่อเด็ก ม.2 ถูกทำโทษลุกนั่ง จากการลืมไม้แบด จนเกิด "ภาวะการสลายกล้ามเนื้อ" ลั่นไม่รับเงินเยียวยาจากทาง รร. จนกว่าลูกจะหายดีเป็นปกติ หวั่นเกิดปัญหาตามมาภายหลัง ขอลูกหายดีก่อนค่อยคุยกัน

27 สิงหาคม 2566 ความคืบหน้ากรณี เพจ อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 6 โพสต์เรื่องราวที่ พี่ชายโพสต์เดือด ครูสั่งทำโทษน้องสาว ลุกนั่ง 100 ครั้ง จนปวดขา สาเหตุเพราะลืมไม้แบด ไปหาหมอถึงกับตกใจ เขียนใบรับรองแพทย์เพื่อลาเรียนด้วยอาการ "ภาวะการสลายกล้ามเนื้อ" พร้อมระบุข้อความ ว่า ทำโทษนักเรียนเกินไปไหม ความแข็งแรงของร่างกาย และสมรรถภาพของเด็กแต่ละคน แตกต่างกัน ให้ลุกนั่งจนต้องเข้าโรงพยาบาล (ภาวะการสลายกล้ามเนื้อ) เกินไปหรือไม่ ?

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวที่ลงพื้นที่ ทราบว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นที่ โรงเรียนเสลภูมิพิทยาคม อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด และเดินทางไปที่บ้านของเด็กหญิง ที่ประสบเหตุ ใน ม.7 ต.กลาง อ.เสลภูมิ เพื่อติดตามข้อเท็จจริง

พบกับนางวัชรี สิงห์ท่า อายุ 60 ปี ยายของเด็ก และ นายเสริมวิทย์ สิงห์ท่า พ่อของ ด.ญ.ลลิดา สงวนนามสกุล นักเรียนชั้น ม.2/5 โรงเรียนเสลภูมิพิทยาคม ซึ่งยังอยู่ในอาการน่าวิตก เนื่องจากยังมีอาการค่อนข้างหนัก เดินไม่ได้ ต้องนอนพักอยู่ในห้องเพียงอย่างเดียว และอยู่ภายใต้การดูแลของครอบครัว
พ่อ ม.2 ที่ถูกทำโทษลืมไม้แบด ลั่นไม่รับเงินเยียวยา จนกว่าลูกจะหาย  

นายเสริมวิทย์ เล่าว่า เหตุดังกล่าว เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 21 ส.ค. ที่ผ่านมา ลูกถูกครูทำโทษหนัก แค่เหตุลืมนำไม้แบดมินตันไปเรียน เมื่อกลับบ้าน ก็ไม่เล่าให้ครอบครัวฟัง แม้จะบาดเจ็บ และยังฝืนกินยาแก้ปวด ไปโรงเรียนตามปกติ

กระทั่งวันที่ 24 ส.ค. 66 เจ็บจนทนไม่ไหว จึงบอกผู้ปกครอง นำตัวส่ง รพ. จึงทราบความจริงว่า ถูกครูทำโทษแบบทารุณเกินกว่าเหตุ จนรับไม่ได้ กับการลงโทษอย่างหนักแบบนี้ ทั้ง ๆ ที่เรื่องแบบนี้ ก็ทราบว่า ทางกระทรวงศึกษาธิการ สั่งให้ยกเลิกการทำโทษนักเรียน ในลักษณะนี้นานแล้ว แต่ไม่คิดว่า ยังจะมีการ กระทำเช่นนี้เหลืออยู่ 
พ่อ ม.2 ที่ถูกทำโทษลืมไม้แบด ลั่นไม่รับเงินเยียวยา จนกว่าลูกจะหาย
 

ทั้งนี้ นายเสริมวิทย์ ได้นำภาพถ่ายใบรับรองแพทย์ ที่ระบุว่า อยู่ในสภาวะของ "การสลายกล้ามเนื้อ" ถือว่า อาการหนัก เพราะเกิดอาการที่เรียกว่า ค่าของเลือดสูง ที่จะส่งผลกระทบต่อไต เสี่ยงอาจจะทำให้เกิดสภาวะไตวาย จนอาจจะเสียชีวิตได้ แพทย์แนะนำว่า ให้นอนพักรักษาตัวอยู่ รพ. เพื่อให้อยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด แต่เด็กไม่ยอมอยู่ รพ. ขอกลับมานอนรักษาตัว และกินยาอยู่ที่บ้าน 
พ่อ ม.2 ที่ถูกทำโทษลืมไม้แบด ลั่นไม่รับเงินเยียวยา จนกว่าลูกจะหาย

นายเสริมวิทย์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุ แล้วมีคนนำเรื่องนี้ ไปโพสต์ทางโซเชียล ปรากฏว่า ทางผู้อำนวยการโรงเรียน และครูคนดังกล่าว ได้นำกระเช้ามาเยี่ยม พร้อมกับแสดงเจตนารมณ์ ที่จะเยียวยา และเสียใจกับเหตุที่เกิดขึ้น พร้อมกับขอให้ลบโพสต์เรื่องราวดังกล่าว เพราะกระทบต่อชื่อเสียง และความเสียหายแก่โรงเรียน

แต่จากการพูดคุย กับคนที่โพสต์เรื่องราวดังกล่าว ยืนยันว่า จะไม่ลบจนกว่าเรื่องราวจะจบลง หลังจากคนเจ็บ หายเป็นปกติแล้วเท่านั้น เพราะตอนนี้ ที่วิตกกังวลที่สุดคือ กลัวว่าอาการจะรุนแรง จนไม่แน่ใจว่า จะหายเมื่อไร และที่วิตกกังวลคือ เมื่อหายแล้ว จะเป็นเหมือนเดิมหรือไม่ 

ดังนั้น แม้ทางผู้บริหารโรงเรียน หรือผู้อำนวยการเขตการศึกษา ที่มาเยี่ยม จะแสดงเจตนารมณ์ ที่จะจ่ายเงินเยียวยา ค่ารักษาให้ในตอนนี้ เพื่อจบเรื่อง แต่หากลูกสาวยังไม่หาย ตนยืนยัน จะไม่รับเงินเยียวยา และค่ารักษาในช่วงนี้ และหากจะดูแลเยียวยาค่ารักษาใด ๆ จนกว่าจะหายดี แล้วจึงจะรับ เพราะเกรงว่า หากรับแล้วจะมีปัญหาตามมาภายหลัง จึงต้องรอให้ลูกสาวหายดีแล้วเท่านั้น จึงจะมีการพูดคุยกัน 
 

ยืนยันว่า ไม่มีเจตนาที่จะเรียกร้องค่าเสียหายอะไร นอกเหนือจากการรักษาพยาบาลลูกสาว  ให้คืนสู่สภาวะปกติก่อน และไม่มีเจตนาจะเรียกเงินชดใช้ นอกเหนือจากการรักษาอาการของลูกสาว 


นายเสริมวิทย์ สิงห์ท่า พ่อของเด็กหญิง ลลิดา สงวนนามสกุล ผู้ประสบเหตุ

ส่วนของการที่ครูคนดังกล่าว ทำรุนแรงเช่นนี้กับเด็ก ทราบว่า ทำมาหลายรอบแล้ว และลูกสาวของตน ก็ไม่ใช่รายแรก ตนคิดว่า ควรเลิกได้แล้ว กับการทำโทษเด็กเช่นนี้ ส่วนจะมีการเรียกร้อง ให้ลงโทษครูหรือไม่ ตนไม่อยากพูดถึง ควรจะเป็นเรื่องของ ผอ. และฝ่ายบริหารรับไปพิจารณาว่า ควรจะลงโทษหรือไม่อย่างไร และไม่อยากให้เกิดขึ้นกับเด็กคนอื่น ๆ อีก 
พ่อ ม.2 ที่ถูกทำโทษลืมไม้แบด ลั่นไม่รับเงินเยียวยา จนกว่าลูกจะหาย